a day 159 ฉบับ ในหลวง รัชกาลที่ ๙

a day 195 ฉบับในหลวงรัชกาลที่ 9

นิตยสาร a day ในฐานะพสกนิกรชาวไทยที่ทำงานด้านนิตยสารมายาวนานกว่า 15 ปี ล่าสุด มีประสงค์น้อมแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชด้วยการใช้ความรู้ ความสามารถ และทักษะด้านการทำนิตยสารที่มี มาสร้างสรรค์นิตยสาร a day ฉบับในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อให้พสกนิกรชาวไทยมีโอกาสได้เก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้นิตยสาร a day ฉบับในหลวงรัชกาลที่ 9

นิตยสาร a day ฉบับในหลวงรัชกาลที่ 9 คือ เล่ม 159 ประจำเดือนพฤศจิกายน 2559  เป็นฉบับพิเศษ ที่ไม่มีคอลัมน์ประจำ เนื้อหาทุกหน้าในเล่มพูดถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งทำด้วยความตั้งใจอยากเห็นเรื่องราวเกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ 9 แบบที่เราอยากอ่าน มีเรื่องราวพิเศษแบบที่เราอยากเก็บ มีพระบรมฉายาลักษณ์และพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่สวยจนเราอยากแกะมาใส่กรอบ เนื้อหาส่วนหนึ่งคัดมาจาก a day ฉบับที่ 88 (ธันวาคม 2550)

และเนื้อหาอีกส่วนทำเพิ่มขึ้นใหม่ โดยมีเนื้อหาพิเศษเป็นการรวมพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นผลงานของศิลปินชั้นนำระดับประเทศ บางท่านสร้างงานขึ้นมาใหม่เพื่อวาระนี้ และบางท่านเลือกใช้ภาพที่เคยทำไว้แล้ว ภาพชุดนี้เราจะพิมพ์ลงบนกระดาษพิเศษ และพิมพ์เพียงหน้าเดียว เพื่อให้ง่ายต่อการแกะไปใส่กรอบ รายชื่อศิลปินเจ้าของผลงานมีดังนี้ ไกรศักดิ์ จิรชัยสกุล, ดอกนมแมว, ต้องการ, ธีระยุทธ ช่างคิด, ธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์, นักรบ มูลมานัส, บรรจบ ปูธิปิน, โลเล, วราวุธ ชูแสงทอง, วิศุทธิ์ พรนิมิตร, วิษณุพงษ์ หนูนันท์, ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี, สุรเดช แก้วท่าไม้, สุรชัย พุฒิกุลางกูร, สุวิทย์ ใจป้อม, อนุชัย ศรีจรูญพู่ทอง, อภิชัย วิจิตรปิยกุล, โอ๊ต มณเฑียร

ภาพหน้าปกของนิตยสาร a day ฉบับนี้ เป็นผลงานของศิลปินชื่อดังประจำ จ.เชียงราย “อังกฤษ อัจฉริยโสภณ” ซึ่งได้รับคำชมอย่างล้นหลาม เป็นการพิมพ์พระบรมฉายาลักษณ์ด้วยเทคนิคการปั๊มนูนบนหน้าปกสีขาว โดยมีหัวของนิตยสาร a day พิมพ์ด้วยวิธีการเดียวกันอยู่ด้านล่าง แนวคิดในการทำงานชิ้นนี้ของอังกฤษคือ เมื่อมองไกล ๆ จะเห็นเพียงกระดาษเปล่าสีขาว แต่เมื่อมองใกล้ ๆ จะเห็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์ a day เลือกนำภาพนี้มาใช้เป็นหน้าปกเพราะความเรียบง่ายและทรงพลังของภาพ ซึ่งเมื่อเห็นภาพนี้ครั้งแรกรู้สึกว่า แม้จะมองไม่เห็น แต่พระองค์ยังทรงอยู่กับเรา

 

a day 195 ฉบับในหลวงรัชกาลที่ 9

 

a day 195 ฉบับในหลวงรัชกาลที่ 9

ทรงกลด บางยี่ขัน” บรรณาธิการบริหาร / ราคา 80.-

พบกันที่แผงหนังสือหรือสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ www.godaypoets.com

หลังหนังสือวางแผงจะมีการแจกไฟล์ PDF เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึง a day ฉบับนี้

อย่างทั่วถึงที่ www.adaymagazine.com

บุฟเฟ่ต์เบียร์ ไซเดอร์ คู่ทาปาส แบบไม่อั้น ณ ห้องอาหารริเวอร์ไซด์ กริลล์ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน

ห้องอาหารริเวอร์ไซด์ กริลล์ ณ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ขอเชิญคุณมาสังสรรค์พร้อมเพื่อนฝูงในค่ำคืนของ เบียร์ ไซเดอร์ และทาปาส ทุกคืนวันศุกร์แรกของทุกเดือน ซึ่งเดือนนี้ตรงกับคืน วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม 2559 ตั้งแต่เวลา 18.30 – 20.30 น. คุยเพลินไม่มีสะดุดพร้อมดื่มด่ำเบียร์ และไซเดอร์หลากหลายยี่ห้อไม่อั้น ทั้งแบบพรีเมียม และธรรมดา เคียงคู่เมนูทาปาส ที่ได้รับการคัดสรรมาได้คู่กันอย่างลงตัว ในราคาเพียง 599++ บาทต่อท่าน หรือเลือกเพิ่มความหลากหลายและอัพเกรดเบียร์ระดับพรีเมียมเพียง 999++ บาทต่อท่าน

 

buffet-beer-tapas

 

บริการเรือรับส่ง จากสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสินถึงโรงแรมฟรีทุกครึ่งชั่วโมง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร 0 2266 9214
อีเมลล์: events.rosh@sheraton.com
ไลน์แอด: @rosheratonbangkok
เฟสบุ๊ค: https://www.facebook.com/royalorchidsheratonhotel
หรือ เว็บไซต์: www.royalorchidsheraton.com/th

PAUL เฟรนซ์เบเกอรี่ ชวนสัมผัสเมนูพิเศษ ส่งท้ายฤดูฝน

พอล PAUL เฟรนซ์เบเกอรี่ และเรสเตอร์รองระดับโลก ขอเชิญคุณสัมผัสกับเมนูใหม่ ส่งท้ายปลายฝนอันแสนโรแมนติก กับสวรรค์สำหรับคนรักการทานอาหารว่าง อบร้อน ๆ หอมกรุ่นจากเตา เริ่มด้วย อาหารว่างยามบ่ายสุดพิเศษด้วยสูตรเฉพาะจาก PAUL ที่รังสรรค์อย่างประณีตด้วยพ่อครัวมือหนึ่ง เสิร์ฟมาพร้อมกับผักสลัดตามฤดูกาล

 

pp

 

กับ 2 รสชาติสุดพิเศษ คือ Feuilleté Provençale (เฟยเต้ โพรวองซาล) พัฟอบกรอบหอมกรุ่น โรยหน้าด้วยพืชผักเมืองร้อนฝรั่งเศสตอนใต้ และ เอ็มเมนทอล ชีท (Emmental Cheese) ในราคา 220 บาท

และ Feuilleté Poulet au curry (เฟยเต้ ปูเล่ โอ คูร์รี่) พัฟอบร้อน โรยหน้าด้วยไก่คลุกเคล้าผงกะหรี่ มะเขือเทศ หอมใหญ่ และ เชดด้า ชีส (Cheddar Cheese) ในราคา 240 บาท

 

paul-r

 

และต่อด้วย เมนูสำหรับทุกมื้อแห่งความอร่อย กับ Madeleines (แมดเดอแลน) ขนมอบหอมกรุ่นขนมประจำบ้านของชาวฝรั่งเศส ในราคา 155 บาท และ Madeleines enrobées au chocolat (แมดเดอแลน องโรเบ่โอ ชอคโกลา) ขนมอบ อร่อยง่ายสไตล์ฝรั่งเศส เพิ่มลูกเล่นด้วยการเคลือบช็อกโกแลตเพียงครึ่ง ลงตัวกับทุกช่วงเวลาพิเศษ ทั้งยามสาย หรือยามบ่าย พกพาสะดวกไปได้ทุกที่ ช่วยเพิ่มรสชาติให้กับชาถ้วยโปรดของคุณได้ดี เพียง 175 บาท

 

paul-3

 

และ Tartellette crème brûlée à la vanille (ตาร์เตอแลตต์ แครม บรูเล่ อาลา วานิล) ทาร์ตสูตรพิเศษจากพอล หอมละมุนด้วยเนื้อคัสตาร์ดกลิ่นวนิลา หอมกรุ่นกลิ่นน้ำตาลไหม้ที่เผามาบนเนื้อขนม ราคาเพียง 120 บาท พร้อมให้คุณสัมผัสความอร่อยแบบต้นตำรับได้แล้ววันนี้ที่ PAUL French Bakery Restaurant ทั้ง 4 สาขา

Central Embassy ชั้น 1 (BTS เพลินจิต ทางออกที่ 5) โทร.02-001-5160
The Emporium ชั้น 1 (BTS พร้อมพงษ์ ทางออกที่ 2) โทร.02-664-7535
Central World ชั้น 2 โทร.02-646-1413
Empire Tower ชั้น 2 (BTS ช่องนนทรี) โทร.02-670-0761

 

หรือทาง FB: paul1889thailand / IG: paulbakerythailand/ LINE: @paulthailand.

คำแถลงการณ์ Samsung Galaxy Note 7!!

ซัมซุงเน้นความปลอดภัยของลูกค้าสำคัญที่สุด ย้ำ! เปลี่ยน Galaxy Note 7 เป็นเครื่องใหม่ทันที

สืบเนื่องจากการที่ซัมซุง สำนักงานใหญ่ ประเทศเกาหลีใต้ ได้ประกาศแจ้ง แนะนำลูกค้าที่ซื้อ ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 7 ไปก่อนหน้านี้ ให้นำเครื่องมาเปลี่ยนใหม่ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของลูกค้าอย่างสูงสุด ตั้งแต่นั้นมา ซัมซุงได้ทำงานอย่างหนักเพื่อเร่งดำเนินการจัดส่ง กาแลคซี่ โน้ต 7 ล็อตใหม่ที่เป็นการผลิตใหม่ทั้งหมดให้ลูกค้าตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป เพื่อทยอยส่งไปยังประเทศต่าง ๆ โดยเร็วที่สุด เพื่อคลายความกังวลและเร่งอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้ามากที่สุด ซัมซุงตระหนักและเข้าใจเป็นอย่างยิ่งถึงความกังวลของลูกค้า จึงอยากเน้นย้ำความสำคัญของการนำเครื่องมาเปลี่ยนใหม่

note7

“ความปลอดภัยของลูกค้า ถือเป็นสิ่งที่ซัมซุงให้ความสำคัญสูงสุด ซัมซุงจึงขอให้ลูกค้าที่มี กาแลคซี่ โน้ต 7 อยู่กับตัวในขณะนี้ ปิดเครื่องไว้ก่อน และควรนำมาเปลี่ยนเครื่องใหม่โดยเร็วที่สุด” ดีเจ โก๊ะ ประธานธุรกิจโทรคมนาคม บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าว “เรากำลังเร่งมือในการผลิตเครื่องใหม่อย่างเต็มกำลังเพื่อรองรับการนำเครื่องมาเปลี่ยนใหม่ของลูกค้าอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ”

ถึงแม้ว่าจะมีรายงานกรณี ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 7 ที่เกิดขึ้นจำนวนไม่มากนัก แต่ซัมซุงก็มิได้นิ่งนอนใจที่จะดูแลลูกค้าในทุกวิถีทางเท่าที่จะทำได้ ในขณะเดียวกัน ซัมซุงก็ทำการร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ซัมซุงขอขอบคุณจากใจจริงที่ลูกค้าเข้าใจและอดทนกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

 

ลูกค้าที่เป็นเจ้าของซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 7 อยู่ในขณะนี้ สามารถนำเครื่องเดิมมาเปลี่ยนเป็นเครื่องใหม่ได้ เมื่อมีเครื่องล็อตผลิตใหม่ส่งมาถึงยังประเทศของตน สุดท้ายนี้ ซัมซุงขอเน้นย้ำอีกครั้ง ว่าลูกค้าควรทำการติดต่อเพื่อนำเครื่องมาเปลี่ยนใหม่โดยเร็วที่สุด

 

Note7

 

 

สำหรับประเทศไทย กาแลคซี่ โน้ต 7 ที่จะมีการวางจำหน่ายในเมืองไทยรวมถึงเครื่องที่จะส่งมอบให้ลูกค้าที่ทำการสั่งจองล่วงหน้า (Pre-Booking) นั้น จะเป็นเครื่องล็อตใหม่ที่ผลิตใหม่ทั้งหมดเช่นกัน ซึ่งหากมีข้อมูลเพิ่มเติมอย่างไร ทางซัมซุงประเทศไทย จะแจ้งความคืบหน้าให้ทุกท่านทราบ รวมถึงกำหนดการวางจำหน่ายสินค้าใหม่อย่างเป็นทางการโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ ลูกค้าที่ทำการสั่งจองล่วงหน้าจะได้รับเครื่องล็อตใหม่ก่อนวันวางจำหน่ายทั่วประเทศไทยอย่างแน่นอน

 

OSHA ไทยเรสเตอรองท์ แอนด์ บาร์ จัด 2 เมนูพิเศษ นำร่องโครงการประชารัฐในเทศกาล Phuket Lobster Festival 2016

โอชา ไทย เรสเตอรองท์ แอนด์ บาร์ สร้างสรรค์ 2 เมนูพิเศษสะท้อนบริบทท้องถิ่นเมืองภูเก็ต ร่วมนำร่องโครงการประชารัฐในเทศกาล Phuket Lobster Festival 2016 เจ้าถิ่นพากินกุ้งมังกร ตลอดเดือนสิงหาคม 59

ร้านโอชา ไทยเรสเตอรองท์ แอนด์ บาร์ ร้านอาหารไทยไฟน์ไดนิ่ง (Fine Dining) ระดับเวิลด์คลาส ที่ได้รับรางวัล Bangkok’s Best Restaurant 2014-2015 ขยายสาขาล่าสุดสู่ย่านภูเก็ตโอลด์ทาวน์ ภายใต้ชื่อ ร้านโอชา ไทยเรสเตอรองท์ แอนด์ บาร์ สาขา เดอะ เมมโมรี แอท ออนออน ภูเก็ตโอลด์ทาวน์ จ.ภูเก็ต โดยตั้งอยู่ภายในโรงแรมเดอะ เมมโมรี แอท ออนออน โรงแรมแห่งแรกของเมืองภูเก็ตที่เปิดให้บริการมายาวนานเกือบ 90 ปี ซึ่งจะเปิดให้บริการแทน ร้านอาหารเดอะ บาบ๋า (The BaBa Urban Heritage Cuisine) เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่ชาวภูเก็ตและนักท่องเที่ยวได้ลิ้มลองรสชาติอาหารไทยในสไตล์ The Best Authentic Thai Taste with Modern Twist

 

OSHA Curry Phuket Lobster PR_-2

 

โดย ร้านโอชา ไทยเรสเตอรองท์ แอนด์ บาร์ สาขา เดอะ เมมโมรี แอท ออนออน ภูเก็ตโอลด์ทาวน์ จ.ภูเก็ต ยังคงไว้ซึ่งเสน่ห์เอกลักษณ์ของความเป็น “โอชา (OSHA)” ด้วยการนำเสนอเมนูอาหารไทยที่เป็นที่นิยมและคุ้นเคยของชาวไทยและชาวต่างชาติ มาประยุกต์และเพิ่มความละเมียดละไม การตกแต่งที่งดงาม ผสานรสชาติความเป็นไทยต้นตำรับ และที่แตกต่างจากโอชาที่อื่นๆ คือการสร้างสรรค์เมนูอาหารพื้นถิ่นของภูเก็ตและอาหารใน แบบเพอรานากัน (Peranakan) เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่ทุกครั้งที่มาเยือน

ทั้งนี้ การเข้าร่วมกับ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีภูเก็ต(วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด เพื่อช่วยพัฒนาชุมชนฐานรากของ จ.ภูเก็ต ซึ่งถือเป็นจังหวัดนำร่องของโครงการประชารัฐในครั้งนี้ ร้านโอชา ไทยเรสเตอรองท์ แอนด์ บาร์ สาขา เดอะ เมมโมรี แอท ออนออน จ.ภูเก็ต จึงได้รังสรรค์เมนูพิเศษรวม 2 เมนู โดยหัวใจหลักคือการนำผลิตผลทางการเกษตรชื่อดังของภูเก็ต มาเป็นวัตถุดิบหลัก ประกอบด้วย กุ้งมังกร 7 สี (Phuket Lobster) เพื่อใช้ในการพัฒนาเมนูที่คงเอกลักษณ์ของภูเก็ตในครั้งนี้

โดย 2 เมนูที่ทีมเชฟของโอชา นำโดย เชฟปูริดา ธีระพงษ์ สุดยอดเชฟอาหารไทยและ Corporate Chef ได้พัฒนาขึ้นเพื่อเข้าร่วมใน เทศกาล Phuket Lobster Festival 2016 เจ้าถิ่นพากินกุ้งมังกร ประกอบด้วย ภูเก็ตล็อบสเตอร์แช่น้ำปลา (Dancing Phuket Lobster), ภูเก็ตล็อบสเตอร์ซอสกะหรี่โอชา (OSHA Curry Phuket Lobster) สะท้อนกลิ่นอายความเป็นภูเก็ตในแบบของโอชา

 

Dancing Phuket Lobster PR_re-2

 

ภูเก็ตล็อบสเตอร์แช่น้ำปลา (Dancing Phuket Lobster)

เมนูที่คัดสรรภูเก็ตล็อบสเตอร์ที่สดใหม่และผ่านกรรมวิธีการทำความสะอาดอย่างพิถีพิถัน เพิ่มรสชาติด้วยซอสชิลลี่รสเผ็ดที่มีส่วนผสมของน้ำฟักข้าวซึ่งปรุงแต่งด้วยเครื่องปั่นความถี่ที่สูงจนกลายเป็นซอสในรูปแบบซอร์เบท์(Sorbet)เนื้อละเอียด แฝงด้วยกลิ่นหอมจากพริกขี้หนู ผักชี กระเทียม และน้ำมะนาวสด ตกแต่งจานด้วยแตงกวาและไชเท้าแดงที่ฝานเป็นชิ้นบางๆ อย่างประณีต ราคา 1,200 บาท

ภูเก็ตล็อบสเตอร์ ซอสกะหรี่โอชา (OSHA Curry Phuket Lobster) โดดเด่นด้วยภูเก็ตล็อบสเตอร์ที่ผ่านการปรุงโดยเทคนิคพิเศษ Sous-Vide ในอุณหภูมิต่ำ นำมาเข้าคู่กับซอสแกงกะหรี่รสชาติเข้มข้น พร้อมการนำเสนออย่างแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร ราคา 1,200 บาท

ร่วมสัมผัสความเป็นที่สุดแห่งรสชาติอาหารไทย และประทับใจไปกับความงดงามแห่งเอกลักษณ์เมืองภูเก็ตกับ 2 เมนูพิเศษที่ ร้านโอชา ไทยเรสเตอรองท์ แอนด์ บาร์ สาขา เดอะ เมมโมรี แอท ออนออน ภูเก็ตโอลด์ทาวน์ จ.ภูเก็ต ได้ตลอดเดือนสิงหาคม 2559 เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 07.00 น. – 23.00 น.

ร้านโอชา ไทยเรสเตอรองท์ แอนด์ บาร์
สาขา เดอะ เมมโมรี แอท ออนออน ภูเก็ตโอลด์ทาวน์ จ.ภูเก็ต
ที่อยู่ : 23 ถนนพังงา ตำบล ตลาดใหญ่ อำเภอ เมือง จังหวัด ภูเก็ต 83000
โทรศัพท์ : 076 634 420
เว็บไซต์ : www.oshabangkok.com หรือ www.facebook.com/OSHABANGKOK

ห้องอาหารวูว์ ขอแนะนำรายการพิเศษ Crack A Crab ณ เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ

เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ ขอเชิญท่านพบกับรายการพิเศษ Crack A Crab หรือ ‘ปูผัดสไตล์สิงค์โปร์’ ถือเป็นอาหารจานหลักและนิยมเสิร์ฟในสิงค์โปร์ โดย เชฟคาซซิดี เซน เชฟมือหนึ่งด้านอาหารจีน โชว์ฝีมือการปรุงอาหารแบบต้นตำหรับให้บรรดาผู้ที่ชื่นชอบเมนูปูได้ประทับใจ ณ ห้องอาหารวูว์ ทุกวันจันทร์ ตั้งแต่ 18.00น. ถึง 21.00 น.

 

Crack A Crab

 

ลิ้มลองรสชาติของเนื้อปู มีความนุ่มแน่น เมื่อปรุงสุกกำลังดี จุดเด่นของมันนอกจากรสชาติที่อร่อยหวาน หอม มัน จากเนื้อปูแล้ว น้ำซอสเป็นส่วนประกอบสำคัญ โดยเชฟคาซซิดีเน้นปรุงซอสที่ให้รสชาติจัดจ้าน เผ็ดกลาง มีรสหวานกลมกล่อม กับ 3 เมนูแนะนำยอดนิยม อาทิ ปูอบซอสสิงค์โปร์เสิร์ฟพร้อมหมั่นโถ้ว ปูผัดพริกไทยดำ ปูผัดไข่เค็ม เสิร์ฟพร้อมกับ ส้มตำและข้าวผัดปู ราคาท่านละ 1,850++ และบริการเสิร์ฟเบียร์ 1 บัคเก็ต บรรจุ 4 ขวดในราคา 400++บาท

 

Crack A Crab

เมนู ปู ในความเชื่อของชาวจีนนั้นหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ ร่ำรวย และความอิ่มหนำสำราญ ประเพณีการรับประทานด้วยมือเปล่า เป็นวิธีที่จะ ลิ้มรส เนื้อปู ชุ่มฉ่ำด้วยซอสพริก และ mud crab คือปูประเภทเนื้อแน่น รสหวานมัน และซอสรสเผ็ด เป็นชนิดนี้นิยมนำมาใช้มากที่สุด และปูชนิดอื่นที่นำมาใช้ปรุงเมนูต่างๆอีกด้วย

 

The St. Regis

เชฟคาซซิดี เซน (Cassidy Shen) ด้วยประสบการณ์การปรุงอาหารกว่า 30 ปี ได้รับการเชิญเพื่อรังสรรค์เมนูอาหารหลายแห่งในเอเชีย อินเดียและภูมิภาคตะวันตก โดดเด่นในด้านการครีเอทเมนูใหม่รวมทั้งฝีมืออันเป็นเอกลักษณ์ ใส่ใจในรายละเอียด เลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพดี คำนึงถึงความสะอาด และการจัดวางเป็นสำคัญ

 

สำรองที่นั่งของ ห้องอาหารวูว์ เดอะ เซนต์ รีจีส กรุงเทพฯ ที่
เบอร์โทร 02 207 7777
อีเมลล์ fb.bangkok@stregis.com
เยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ www.stregisbangkok.com

ต้องลอง! Sushi Express สาขา Terminal 21 จานละ 30 บาท เดินทางสะดวก

หลังจากได้ยินชื่อมาสักพัก สำหรับร้าน Sushi Express ที่ฮื้อฮาตั้งแต่เปิดสาขาที่ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ตอนนี้ มาเปิดในเมืองแล้ว เปิดในห้าง Terminal 21 ชั้น 5 (ชั้นเดียวกับ Pier 21) ที่เป็นจุดเชื่อมต่อของรถไฟฟ้า BTS อโศก และ รถใต้ดิน MRT สุขุมวิท ในช่วงโปรโมชั่นเปิดร้าน เริ่มต้นจานละ 19 บาท คนแห่ไปต่อคิวถล่มทลาย ตอนนี้ ราคาจานละ 30 บาท ฟรี น้ำชา และ น้ำแข็ง น้ำเปล่า 10 บาท Pepsi 15 บาท หน้าซูชิก็หลากหลาย จะมีอะไรน่าอร่อยบ้าง ไปดูกัน

 

sushi-express-001

ร้าน Sushi Express สาขา Terminal21

 

ร้าน Sushi Express อยู่ที่ชั้นเดียวกับ Food Court (Pier 21) ตอนนี้ไม่มีโปรโมชั่นอะไร ก็เลยไม่มีคิวยาว ๆ มากนัก แต่ก็จะเห็นว่า มีต่างชาติมากินเยอะ และ คนไทย ที่มาคนเดียว ก็มาใช้บริการกันเยอะ เนื่องจาก อาจจะกินรอเวลานัดหมาย หรือ อยากหาอะไรกินเร็ว ๆ ไม่หนักมาก ร้านนี้ก็ตอบโจทย์

 

ร้าน Sushi Express สาขา Terminal21

 

ขั้นตอนการกิน Sushi Express

1. เลือกที่นั่ง
2. อุปกรณ์การกินอยู่บนโต๊ะพร้อม ทั้ง ตะเกียบ ถ้วยน้ำจิ้ม ซีอิ้วขาว แก้วน้ำ ก็อกน้ำร้อน ถุงชา ส่วนน้ำแข็ง และน้ำอัดลม ก็เดินไปหยิบและตักเองได้
3. หยิบซูชิบนสายพาน ฝาครอบ สามารถวางบนกล่องบนรางได้
4. กินอิ่มแล้ว เรียกพนักงาน เพื่อมานับจำนวนจาน
5. นำบิลไปคิดเงินที่แคชเชียร์

 

sushi-express

อุปกรณ์บนโต๊ะ พร้อมก็อกน้ำร้อน บริการฟรี

sushi-express

เอาฝาครอบ วางไว้ตรงนี้

ผักดอง วาซาบิ

ผักดอง และ วาซาบิ สามารถตักและหยิบได้จากบนสายพาน
ส่วนช้อน สำหรับทานของหวานได้

เครื่องดื่ม ฟรี ที่ Sushi Express : น้ำร้อน ถุงชา น้ำแข็ง เลือกผสมเองได้

ส่วน Pepsi สามารถหยิบได้เอง กระป๋องละ 15 บาท น้ำเปล่าเย็น ๆ 10บาท มาดูเมนูซูชิกัน

 

sushi-express-011

ซูชิแซลมอนลนไฟ รสชาติกลาง ๆ ไม่โดดเด่น

sushi-express-014

ซูชิหอยปีกนก ชิ้นพอดีข้าว ถ้าเพิ่มซอสเยอะอีกหน่อย จะอร่อยกว่านี้

sushi-express-015

ซาบะย่างซีอิ้ว อร่อยไม่น่าเชื่อ คือ เนื้อปลานุ่มมาก ซอสหวานกลมกล่อม

sushi-express-017

หอยแมลงภู่ราดซอส ความสดของหอยแมลงภู่ ผ่านเลยค่ะ แต่ซอสให้น้อยจัง

sushi-express-021

มากิชีส มีการรนไฟมานิดหน่อย

sushi-express-023

ซาซิมิกุ้ง เล็กจิ๋ว แต่สด

sushi-express-046

นิกิริ ไข่กุ้ง คือ ชอบตัวฟองเต้าหู้ ฉ่ำซอส แต่ไม่แฉะ ดีงาม

sushi-express-060

ซาซิมิแซลมอน จริง ๆ มองวนไปได้นะ จะมีชิ้นลาย ๆ ชิ้นมัน ๆ ออกมาเรื่อย ๆ สลับกับเนื้อล้วน

จริง ๆ มีซูชิอีกหลาย ๆ หน้า สำหรับจานละ 30 บาท กับคุณภาพวัตถุดิบ ถือว่าพอรับได้เลยนะ หากไม่ได้หวังอิ่มหนัก อิ่มคุ้ม หรือ วัตถุดิบดีระดับนำเข้า ร้าน Sushi Express ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีเลยนะ ใครที่อยู่ในเมือง เส้นรถไฟฟ้า แวะมาลองกันดูได้ที่ ชั้น 5 Terminal 21 ร้านหาไม่ยาก คิวรอไม่นานด้วย จัดเลยค่ะ!