(คลิป) อยากขับ เรือเร็วฟอร์มูล่า 4 ต้องทำอย่างไร แนะนำโดย ผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมเรือเร็วฯ

สำหรับใครที่ติดตามข่าวกีฬา ช่วงนี้กีฬาบ้านเราคึกคักสุด ๆ ล่าสุดกีฬาทางน้ำ อย่าง “เรือเร็วฟอร์มูล่า 4” ก็มาสร้างสีสันให้กับวงการกีฬาความเร็วทางน้ำบ้านเราเป็นครั้งแรก!! งานนี้ทำเอานักกีฬาที่รักความเร็วตื่นเต้นกันอย่างหนัก และ TripEatChill ได้ไปดูการแข่งขันเรือเครื่องหางยาว รายการ AYUTTHAYA LONG TAIL BOAT RACING 2016 ที่จังหวัดอยุธยามาด้วย เลยได้มีโอกาสพูดคุยกับ เจ้าหน้าที่สมาคมกีฬาเรือเร็วแห่งประเทศไทย พี่เต๋า – อาทิตย์ เบญญ โดยให้ข้อมูลในการเตรียมตัวเข้าสู่สนามการแข่่งขัน เรือเร็วฟอร์มูล่า 4 ว่าต้องเริ่มจากอะไรบ้าง มีการเตรียมความพร้อมส่วนตัวอย่างไร ข้อมูลครบถ้วน พร้อมช่องทางการติดต่อกับสมาคม

 

 

หากคนที่สนใจอยากจะเริ่มต้นเข้ามาในกีฬาความเร็วทางน้ำบ้าง ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?

 

1. ต้องเป็นกีฬาทางน้ำมาก่อน ไม่ว่าจะเป็น ว่ายน้ำ เล่นเวคบอร์ด เล่นสกีน้ำ เจ็ทสกี หรือ ขับเรือพอเป็นบ้าง

2. หากสนใจไปถึง เรือเร็วฟอร์มูล่า 4 ต้องเริ่มจากรุ่นเล็ก ๆ ก่อน เหมือนรถแข่ง ก็เป็นพวกโกคาร์ทก่อน แล้วค่อย ๆ ขึ้นไป เรือก็เหมือนกัน จะเริ่มตั้งแต่ เรือเร็วฟอร์มูล่า 5 เรือเร็วฟอร์มูล่า 4 จนถึง F1 ในส่วนที่สมาคมฯ ดูแลจะมี F5 F4 จนถึง F1

 

เรือเร็วฟอร์มูล่า 4
ตัวอย่างเรือที่นำมาแสดง formula1 powerboat ทีมสิงห์
เรือเร็วฟอร์มูล่า 4
ตัวอย่างเรือที่นำมาแสดง formula1 powerboat ทีมสิงห์

 

 

และหากสนใจเข้ามาแข่ง เรือเร็วฟอร์มูล่า 4 ต้องทำอะไรบ้าง?

 

1. มีการอบรม ถ้าสนใจจะผ่านการอบรมซึ่งจะสอนการขับ และ กฏ-กติการแข่งขัน คุณต้องมาเรียนรู้ บางอย่างถ้าคนที่เล่นกีฬาทางน้ำอื่น ๆ ก็จะมีกฏอย่างหนึ่ง แต่ Power Boat ก็จะเป็นอีกแบบหนึ่งที่แตกต่างกันในส่วนของรายละเอียดมากกว่า

2. มีใบอนุญาตขับแข่ง Racing Licence ของทางสมาคมที่จะออกให้

3. ในการอบรม ไม่ใช่แค่การเรียนรู้เรื่องการขับ เรียนรู้กติกา แต่ต้องผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยของการแข่งขันเรือ เพราะในน้ำ 1-2 นาทีที่อยู่ใต้น้ำ ก็อันตรายมากแล้ว หากเกิดอุบัติเหตุจะทำอย่างไร มีสติหรือไม่ เอาตัวออกมาจากห้องขับได้หรือไม่ มีทั้งการสอนและการทดสอบ ในห้องทดลองขับ ซึ่งถ้าผ่านตรงนี้ก็จะได้รับใบอนุญาตขับแข่ง และสามารถที่จะนำเรือเข้ามาแข่งขันได้

 

 

ตัวอย่างชุดที่ใส่แข่งเรือเร็ว
ตัวอย่างชุดที่ใส่แข่งเรือเร็ว

 

ความปลอดภัยส่วนบุคคล ที่ต้องเตรียม! ก่อนสมัครแข่ง เรือเร็วฟอร์มูล่า 4

 

1. ชุดแข่ง Racing สูท จะมีชูชีพ เรียกว่าแคปซูล สูท จะเป็นชุดที่เป็นกางเกาง และมีชูชีพทั้งตัว มีส่วนให้ดึงได้ จะอยู่ตรงไหล่ เพื่อเวลาเกิดอุบัติเหตุมีคนมาช่วย ก็สามารถดึงออกจากเรือได้

2. หมวกกันน็อค ต้องได้มาตรฐานการแข่งขัน Racing

3. ถุงมือ รองเท้า ให้ครบ

4. ร่างกายต้องฟิต

 

 

AYUTTHAYA LONG TAIL BOAT RACING 2016-002
รายการ AYUTTHAYA LONG TAIL BOAT RACING 2016
AYUTTHAYA LONG TAIL BOAT RACING 2016-004
รายการ AYUTTHAYA LONG TAIL BOAT RACING 2016

 

สำหรับคนที่ชอบกีฬาความเร็ว และอยากแข่ง เรือเร็วฟอร์มูล่า 4

 

1. ต้องผ่านกีฬาความเร็ว ยังเปิดกว้างสำหรับคนที่ไม่ได้มาสายทางน้ำโดยตรง แต่เคยแข่งความเร็ว Racing บนบก เพราะถือว่าเป็นกีฬาความเร็ว เหมือนกัน
2. แจ้งความจำนงมาที่สมาคม แล้วมาคุยกันว่าจะนำเรือที่ไหนเข้ามา ซึ่งเรือต้องเป็นเรือที่ได้มาตรฐาน และผ่านการรับรองจากสมาพันธ์ UIM ที่เป็นการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย และต้องมาทำใบอนุญาตขับแข่ง

 

เจ้าหน้าที่สมาคมกีฬาเรือเร็วแห่งประเทศไทย
เจ้าหน้าที่สมาคมกีฬาเรือเร็วแห่งประเทศไทย

 

ต้องขอขอบคุณ พี่นก จินตนา ผดุงเจริญ และ พี่เต๋า – อาทิตย์ เบญญ เจ้าหน้าที่ สมาคมกีฬาเรือเร็วแห่งประเทศไทย ที่มาให้ข้อมูลดี ๆ กับเรา และใครที่สนใจกีฬาความเร็วทางน้ำอย่าง เรือเร็วฟอร์มูล่า 4 มีข่าวดี ล่าสุดจาก สมาคมกีฬาเรือแห่งประเทศไทย จัดแถลงข่าว2 รายการใหญ่ ระดับประเทศกันแล้ว ไปเป็นที่เรียบร้อย ศึกการแข่งขันเรือเร็ว 2 รายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองไทย การแข่งขันเรือเร็วฟอร์มูล่า 4 “ไทยแลนด์ ฟอร์มูล่า 4 แชมเปี้ยนชิพ 2016” และ การแข่งขันเรือเร็วไทย “ไทยแลนด์ ลองเทล โบ๊ท แชมเปี้ยน ชิพ 2016” ซึ่งเป็นรายการระดับสากลขึ้นเป็นครั้งแรกของเมืองไทย โดยเตรียมจัดชิงชัยตลอดปี 2559 เพื่อปลุกกระแสกีฬาเรือเร็ว พร้อมยกมาตราฐานการแข่งขันกีฬาเรือเร็ว ให้แพร่หลายและก้าวไกลสู่ระดับโลก โดยได้รับความสนใจากเหล่าสื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติในงานอย่างคับคั่ง

ด้านการแข่งขันเรือเร็วระดับประเทศ 2 รายการใหญ่ จะมีรูปแบบการแข่งขันแบบเซอร์กิตเพื่อเก็บคะแนนสะสมในสนามต่างๆ ก่อนจะเข้าไปชิงชนะเลิศกันในสนามสุดท้าย ซึ่งเป็นรายการชิงแชมป์ประเทศไทย โดยแชมป์จะได้รับสิทธิ์เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันเรือเร็วในรายการระดับโลกต่อไป

 

AYUTTHAYA LONG TAIL BOAT RACING 2016
AYUTTHAYA LONG TAIL BOAT RACING 2016

 

AYUTTHAYA LONG TAIL BOAT RACING 2016
AYUTTHAYA LONG TAIL BOAT RACING 2016

 

โดยในการแข่งขันเรือเร็วสากล เรือเร็วฟอร์มูล่า 4 รายการ “สิงห์ไลท์ ไทยแลนด์ ฟอร์มูล่า 4 แชมเปี้ยนชิพ 2016” จะมีแข่งขันเก็บคะแนนใน 2 สนาม โดยสนามแรก จะมีขึ้นที่ จ.สุพรรณบุรี, สนามที่ 2 กรุงเทพมหานคร และ สนามสุดท้าย ชิงแชมป์ประเทศไทย จะไปชิงชัยกันที่ หาดจอมเทียน พัทยา จ.ชลบุรี

ส่วนในการแข่งขันเร็วไทย (เรือหางยาวไทย) รายการ “สิงห์ไลท์ ไทยแลนด์ ลองเทล โบ๊ท แชมเปี้ยน ชิพ 2016” มีชิงชัยเก็บคะแนนใน 2 สนามเช่นกัน สนามแรก ที่ จ. พระนครศรีอยุธยา, สนามที่ 2 จ.สุพรรณบุรี ก่อนจะปิดท้ายในสนามที่ 3 ในระดับชิงแชมป์ประเทศไทย ที่ จ. จันทบุรี

 

ติดตามข่าวสารและข้อมูลการแข่งขัน เรือเร็วฟอร์มูล่า 4 เพิ่มเติมที่

https://www.facebook.com/ThailandPowerboatAssociation/
http://www.tpba.or.th/tpba/

ทนงศักดิ์ ปากหวาน เด็กทุนสิงห์ สู่ศิลปินสไตล์ Contemporary ทำศิลปะให้เหมือนลมหายใจ (คลิป)

หากจะย้อนกลับไปสมัยเรียนหนังสือ วิชาที่ทำคะแนนได้ดีที่สุดวิชาหนึ่งก็คือ “ศิลปะ” ทั้งที่อาจจะวาดรูปได้ไม่ดีมากนัก แต่ทุกครั้งที่ได้เรียนและลงมือวาดภาพ มันจะมีความสุขโดยไม่มีเงื่อนไข วันนี้มีโอกาสดี ได้มาพูดคุยและสัมภาษณ์อาจารย์สอนศิลปะคนหนึ่งจากจังหวัดเชียงราย “ทนงศักดิ์ ปากหวาน” ที่มีความเด็ดเดี่ยว มุ่งมั่นจะเป็นศิลปินอย่างแท้จริง ซึ่ง อ.ทนงศักดิ์ ปากหวาน ได้รับทุนบุญรอดพัฒนานิสิต หรือ ทุนสิงห์ เพื่อศึกษาระดับปริญญาตรี คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และเลือกศึกษาต่อปริญญาโท เพื่อที่จะเป็น “ศิลปิน” อย่างแท้จริง ปัจจุบันได้สร้าง บ้านศิลป์ทนงศักดิ์ ศูนย์แสดงผลงานศิลปะของอาจารย์เองด้วย

 

thanongsak-pakwan-Artist-chiangrai-011
ทนงศักดิ์ ปากหวาน เด็กทุนสิงห์ สู่ศิลปินสไตล์ Contemporary

 

อ่านเพิ่มเติม “ทนงศักดิ์ ปากหวาน เด็กทุนสิงห์ สู่ศิลปินสไตล์ Contemporary ทำศิลปะให้เหมือนลมหายใจ (คลิป)”

ปลูกในไทยได้แล้ว! พริกฮาบาเนโร่ จากโครงการ Social Enterprise สิงห์ปาร์ค เชียงราย

Social-Enterprise-thailand-singhapark-chiang-rai-habanero

หากจะพูดถึงพริกที่เผ็ดที่สุดในโลก ตอนนี้ก็มีอยู่หลายสายพันธุ์ ซึ่งหากจะหามารับประทานในบ้านเรา ก็ต้องสั่งซื่อกันเข้ามา อาจจะมีราคาแพง ล่าสุด “พริกฮาบาเนโร่” สามารถปลูกได้เองในประเทศไทยแล้ว พริกนี้เคยขึ้นแท่นพริกที่เผ็ดที่สุดในโลกมาแล้วด้วย (เผ็ดกว่าพริกขี้หนูบ้านเรา10เท่า) โดยมีการนำมาทดลองปลูก และนำมาทำ “ซอสพริกฮาบาเนโร่” เพื่อปรุงอาหารจริง ๆ ผ่านโครงการ Social Enterprise ในประเทศไทย ของทางไร่บุญรอด (Sustainable development หรือ Local community) หรือ สิงห์ปาร์ค เชียงราย Singha Park Chiang Rai นั่นเอง

 

Social-Enterprise-Habanero-singha-park
พริกฮาบาเนโร่ ใน สิงห์ปาร์ค เชียงราย

 

Social Enterprise คืออะไร? หากจะแปลตรง ๆ อย่างที่ประกาศใช้กันโดย สำนักงานสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติ (สกส.) – TSEO นั้น Social Enterprise Thailand – กิจการเพื่อสังคม ซึ่งหมายถึง ธุรกิจหรือองค์กรที่ตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาสังคม/สิ่งแวดล้อม ที่เชื่อมโยงจุดแข็งของ ภาคธุรกิจเอกชน (ที่ได้ในส่วนของการบริหารที่มีประสิทธิภาพ) และความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาของภาคสังคม ทำให้เกิดทางแก้ไขปัญหาที่มีนวัตกรรมและมีความยั่งยืน ** อ่านเพิ่มเติม กิจการเพื่อสังคมคืออะไร – สกส.**

วันนี้จะไปดูหนึ่งตัวอย่างของ Social Enterprise Thailand กิจการเพื่อสังคม ในประเทศไทย (Sustainable development, Sustainability, Local community, People centered) ที่ Singha Park Chiang Rai (สิงห์ปาร์ค หรือ ไร่บุญรอด จังหวัดเชียงราย) ที่เริ่มต้นด้วยการทำโครงการทดลองทางการเกษตร ค้นคว้าพืชสายพันธุ์ที่น่าสนใจ และมีความเป็นไปด้วย รวมถึงสายพันธุ์จากต่างประเทศ ใน ไร่บุญรอด ทั้ง ไร่เสาวรส ที่เคยพาไปชมกันแล้ว หรือ ไร่ชาเขียว ซึ่งจากจุดนี้นี่เอง ทำให้ที่ สิงห์ปาร์ค เชียงราย เป็นแหล่งความรู้ ถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกรและชาวบ้านในชุมชน (Local Community) ส่งเสริมทักษะอาชีพ การสร้างงาน สร้างอาชีพ ให้ชาวบ้านที่ว่างงาน หรือหางาน (People Centered) มีโอกาสทำงานหารายได้ เลี้ยงดูครอบครัว และหนึ่งในนั้นก็คือ ไร่พริกฮาบาเนโร่ นั่นเอง

 

Social-Enterprise-Habanero-singha-park
พริกฮาบาเนโร่ พร้อมทานจะเป็นสีแดง

 

วันนี้ TripEatChill ได้มีโอกาสไปดูถึงไร่ Social Enterprise Thailand กิจการเพื่อสังคม ที่สิงห์ปาร์ค เชียงรายเลย พริกฮาบาเนโร่ Habanero ที่ถือได้ว่าเคยได้รับการบันทึกว่าเผ็ดที่สุดในโลกมาแล้ว แถมยังมีโอกาสได้ชิมเมนูเด็ด ที่ปรุงรสจากพริกชนิดนี้ รวมถึง ซอสพริกฮาบาเนโร่ ที่ผลิตโดยใช้ผลผลิตจากสิงห์ปาร์ค เชียงรายนี้ด้วย

 

Social Enterprise-พริกฮาบาเนโร-จากประเทศอังกฤษ
พริกฮาบาเนโร พันธุ์คาริเบียน นำเข้าพันธุ์มาจากประเทศอังกฤษ

 

และโอกาสดีได้พบกับ คุณตู่ ผู้ดูแลโครงการทดลองปลูกพืชเศรษฐกิจ “พริกฮาบาเนโร่” เลยมาเล่าถึงขั้นตอนการปลูกพริกชนิดนี้…

 

 

คุณตู่ นฤภัย ผู้ดูแลโครงการทดลองปลูกพืชเศรษฐกิจ “พริกฮาบาเนโร่”

“โครงการทดลองปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ เริ่มมาประมาณ 6 เดือน แปลงทดลอง พริกฮาบาเนโร พันธุ์คาริเบียน นำเข้าพันธุ์มาจากประเทศอังกฤษ ตอนนี้อยู่ในขันตอนของการทดลองปลูก เก็บข้อมูล น้ำหนักต่อไร่ที่จะผลิตได้ และการทดลองความเผ็ด ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ในช่วงแรกของการผลิต แต่ที่ผ่านมาปัญหาที่เจอก็คือ พริกสายพันธุ์นี้ ไม่ค่อยต้านทานความร้อน ไม่แน่ใจว่าผลผลิตที่จะออกช่วงกลางเดือนมกราคมนี้ จะให้สูงมั้ย หากเป็นช่วงฤดูหนาว ผลผลิตจะดีมาก ๆ เลย ตั้งแต่เริ่มต้นปลูก ถึงตอนนี้ประมาณ 2 เดือนครึ่ง ใช้เวลาปลูกจริง 3 เดือน ผลรุ่นแรกก็จะเก็บเกี่ยวได้”

 

Social-Enterprise-Singha-Park-Chiang-Rai
คุณตู่ เล่าถึงแปลงทดลอง พริกฮาบาเนโร่ ในโครงการ Social Enterprise ของ Singha Park Chiang Rai

 

คุณตู่ เล่าให้ฟังอีกว่า “ในการดูแลพริกฮาบาเนโร ในการเตรียมแปรง ต้องรองพื้นด้วยปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ในส่วนคนงานที่มาดูแลส่วนนี้ก็จะเป็นพนักงานประจำ จ้างคนพื้นที่มาทำประจำและรายวันเลย ผลผลิตจาก “พริกฮาบาเนโร” ตอนนี้เรานำมาเพื่อทำซอสพริกอย่างเดียว แต่กว่าจะได้ซอสพริกฮาบาเนโรมาก็ต้องนำไปดองก่อนด้วย”

 

Social Enterprise-habanero-source
ผลผลิตจากพริกฮาบาเนโร่ ที่ปลูกเองที่ สิงห์ปาร์ค นำไปดอง จนปรุงออกมาเป็นซอส และนำมาทำอาหารในที่สุด

 

Social-Enterprise-habanero
เมนูนี้ ต้องลองให้ได้สักครั้งนะคะ พริกฮาบาเนโร่ จี๊ดจ๊าด

 

และยังมีโอกาสได้ชิม “ไก่ทอด คลุกซอสพริกฮาบาเนโร่” ที่ ร้านภูภิรมย์ ที่ ไร่บุญรอด (สิงห์ปาร์ค เชียงราย) อีกด้วย เป็นคนที่ทานเผ็ดไม่เก่ง แต่เมนูนี้ ต้องโทรจอง เพื่อที่เชฟจะได้ปรุงจากซอสฮาบาเนโร่ให้ได้ชิมแบบสดใหม่ เลยต้องห้ามพลาด! ไก่ทอด หมักกับซอสพริกฮาบาเนโร่ เผ็ดจี๊ดจ๊าด ถึงใจ ปากเจ่อ อวบอิ่มสุด ๆ แต่ยิ่งกิน ยิ่งอร่อย หยุดไม่ได้ ใครนึกภาพไม่ออก ให้นึกถึง ไก่บัฟฟาโล่วิงส์ ประโคมด้วยซอสพริกเผ็ด (กว่า) ทาบัสโก้ คือ เผ็ดยันโคนลิ้น น้ำและเบียร์หมดไปเป็นถัง แต่ถามว่ากินอีกมั้ย ก้ต้องบอกว่า อยากชิมอีกนะคะ

 

Social-enterprise-singha-park
ไก่ทอดหมักซอสพริกฮาบาเนโร

 

หวังว่าวันนี้จะได้รับความรู้เกี่ยวกับ “พริกฮาบาเนโร่” ของ โครงการ Social Enterprise Thailand ที่ สิงห์ปาร์ค เชียงราย ไปแบบเต็มที่ ทั้งในเรื่องของการเตรียมการ และปัญหาที่พบในการทดลอง รวมถึงได้รู้จักเมนูที่ต้องห้ามพลาด ที่ใช้วัตถุดิบสด ๆ จาก ไร่บุญรอด มาปรุงอาหาร อย่าง พริกฮาบาเนโร่ หากมีโอกาสได้ชิมเมนูอื่น ๆ อีก จะนะมาเล่าให้ฟังนะคะ

 

บทความ Social Enterprise Thailand อื่น ๆ ที่น่าสนใจ

 

    1. สิงห์ปาร์ค เชียงราย กับกิจการเพื่อสังคม มุมมองใหม่ที่หลายคนยังไม่รู้
    2. ขึ้นเหนือรับลมหนาว ที่สิงห์ปาร์ค ร่วมสัมผัสกิจการเพื่อสังคม(Social Enterprise)
    3. SINGHA PARK SOCIAL ENTERPRISE IN THAILAND
    4. บทบาทของ ‘Social Enterprise’ ใน ‘สิงห์ปาร์ค เชียงราย’ ที่เที่ยวสุดฮิตของจังหวัดเชียงราย
    5. Singha Park’s Social Enterprise : landmark เชียงราย สู่ กิจการเพื่อสังคม
    6. สิงห์ปาร์ค เชียงราย ตอน 1 แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดจากแนวคิดการทำกิจการเพื่อสังคม
    7. สิงห์ปาร์คกับ SOCIAL ENTERPRISE กิจการเพื่อสังคมสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

สัมภาษณ์พิเศษ นักปั่นไทย ดังไกลระดับโลก ใน PBP Paris-Brest-Paris แรลลี่จักรยานทางไกล

PBP Paris-Brest-Paris 2015 แรลลี่จักรยานทางไกล ความภูมิใจระดับโลก ของนักปั่นคนไทย ครั้งแรกที่คนไทยบุกเบิกสถิติระดับนี้

 

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับการแข่ง PBP Paris-Brest-Paris 2015 แรลลี่จักรยานทางไกล จักรยานทางไกลฝรั่งเศส ที่ถือว่าเก่าแก่ที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ เพราะจัดมาแล้วถึง 124 ปี โดยครั้งนี้เป็นการจัดครั้งที่ 18 วันที่ 16 – 20 สิงหาคม 2015 ที่ผ่านมา ถือเป็นครั้งแรกของคนไทย ที่บุกเบิกทำสถิติกับการแข่งขันนี้ สำหรับทีมนักปั่นน่องเหล็กคนไทย ที่ไปกับคณะนี้ นำผืนธงไตรรงค์ สู่เส้นทาง PBP 2015 ได้สำเร็จ นำทีมโดย พี่จือ – คุณวิภาดา กิรานุชิตพงศ์ และ Mr.BOB Usher และนักปั่นอีก 43 คน และผ่านการแข่งขันครั้งนี้มาได้ 15 คนด้วยกัน ได้รับการสนับสนุนจาก SINGHA CORPORATION, เครื่องดื่มเกลือแร่ ซันโว SANVO ร่วมกับ ชมรมออแด็กซ์ ประเทศไทย

 

ทีมปั่นจักรยาน 1200 กม.-ประเทศไทย
ทีมปั่นจักรยาน 1200 กม ประเทศไทย

 

ซึ่ง TripEatChill ได้โอกาสดี ๆ อีกครั้งในการเข้าร่วมสัมภาษณ์พิเศษ กลุ่มนักปั่นคนไทยทั้ง 15 คน ที่ผ่านการรับรองจาก PBP Paris-Brest-Paris 2015 มาแล้ว

เรื่องราวของทีมนักปั่นคนไทยมีหลายต่อหลายเรื่องที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น ความยากของการแข่งขัน PBP Paris-Brest-Paris แรลลี่จักรยานทางไกล ก็คือการที่นักปั่นที่สมัครเข้าร่วมการแข่งขันนี้ ต้องปั่นให้จบ 1200 กิโลเมตร ตามระยะเวลาที่เลือกลงเอาไว้ แต่ละคน แต่ละทีม ต้องวางแผนด้วยตัวเอง เขาไม่ได้ระบุว่าต้องใช้จักรยานแบบไหนมาเป็นอุปกรณ์การปั่น ซึ่งในการแข่งขันครั้งนี้ ก็มีทั้งจักรยานสองล้อ เสือหมอบ เสือภูเขา แบบนอนปั่น ยืนปั่น เป็นอีกหนึ่งสีสันในการแข่งขันเลยทีเดียว และต้องผ่านการแข่ง Audax Randonneur ด้วย ระยะ 200 km 300 km 400 km 600 km ภายในปีที่จะทำการแข่งขัน

 

ภาพจาก PBP Paris-Brest-Paris โดยคุณ Yutthana Black Subkhet

 

 

ภาพจาก PBP Paris-Brest-Paris โดยคุณ Yutthana Black Subkhet
ภาพจาก PBP Paris-Brest-Paris โดยคุณ Yutthana Black Subkhet

 

ขอบคุณภาพจาก PBP Paris-Brest-Paris โดยคุณ Yutthana Black Subkhet

 

นอกจากจะพูดคุยกับ นักปั่นไทย ที่ไปร่วมบุกเบิกสถิติครั้งแรกของประเทศไทย ที่ PBP Paris-Brest-Paris 2015 แล้ว วันนี้มีบทสัมภาษณ์พิเศษ พี่ศิริชัย และ พี่ยุพิน ซึ่งมาเล่าเรื่องราวสนุก ๆ และประสบการณ์ในการปั่นครั้งนี้ พร้อมแนะนำคนที่สนใจจากจะไปปั่นจักรยานทางไกลฝรั่งเศส ในอีก 4ปี ข้างหน้าด้วย

 

ศิริชัย อติวัฒนานนท์ : ใจรักการปั่น แม้ทำงานประจำ
“เป็นการปั่นที่โหดที่สุด แต่ประทับใจที่สุดในชีวิตที่ผ่านมา”

 

ศิริชัย อติวัฒนานนท์-ปั่นจักรยานทางไกล
ศิริชัย อติวัฒนานนท์ ปั่นจักรยานทางไกล

 

พี่ศิริชัย เล่าว่า “ปั่นได้ในเวลา 77.29 ชั่วโมง (เลือกระยะเวลา 90 ชั่วโมง) คนที่ 4 ของกลุ่ม ปัจจุบันทำงานอยู่ที่โรงงานผลิตอาหารทะเลที่จังหวัดสงขลา ก่อนที่จะไปก็มีการซ้อม และปั่นตามระยะ วันหยุดก็จะซ้อมในระยะทางไกล ๆ และมีการซ้อมปั่นกลางคืน เพื่อดูปัญหาของตัวเองว่าไหวหรือเปล่า ต้องปรับปรุงร่างกายหรือ จักรยานตรงไหน ลดปัญหาพวกนี้ให้เยอะที่สุด”

แนะนำคนที่อยากไปแข่งจักรยานทางไกลฝรั่งเศส PBP Paris-Brest-Paris

1. ซ้อมให้เยอะ ๆ
2. วางแผนในการปั่นของเรา ในแต่ละ stage แต่ละช่วงเวลา โดยดู profile จากเส้นทาง
3. วางแผนการนอน ว่าจะพักมากน้อยแค่ไหน อย่างตอนไปวางไว้จะนอน 3 ครั้ง ๆ ละ 3 ชั่วโมง แต่ไปถึงก็ปรับใหม่หมด เพราะจะได้ลดเวลา
4. อาหารก็เตรียมไป แต่ว่ามันหนักเกินก็ต้องทิ้ง ครั้งหน้า พกเงินไปอย่างเดียวพอ
5. เตรียมยาประจำตัว พาราฯ ยาแก้อักเสบก็จำเป็น
6. เสื้อกันฝน เสื้อกันหนาว
7. อุปกรณ์จักรยาน ทั้งเครื่องมือการซ่อม ยางในไว้เผื่อฉุกเฉิน

 

ศิริชัย อติวัฒนานนท์-แรลลี่จักรยานทางไกล
ศิริชัย อติวัฒนานนท์ แรลลี่จักรยานทางไกล

 

ได้อะไรจากการไป PBP Paris-Brest-Paris 2015 แรลลี่จักรยานทางไกล

“เส้นทางวันที่เราปั่นอาจจะคิดว่ามันโหดมาก แต่ว่ามาถึงวันนี้ก็รู้สึกดีใจที่ผ่านเส้นทางนั้นมาได้ เห็นวิว บ้านเรือนคนฝรั่งเศส ประทับใจ สวยงาม วินัยของคน ความมีน้ำใจต่อนักปั่นจักรยาน ไม่เหมือนที่เคยเจอมา”

ฝากอะไรถึงคนที่อยากไปงาน PBP Paris-Brest-Paris 2015 จักรยานทางไกลฝรั่งเศส

“ใครที่อยากจะไปปั่นแรลลี่จักรยานทางไกลนี้ ต้องมีความอดทนสูง ต้องพยายามไปให้ถึง มุ่งมั่นและไปถึงให้ได้ ปั่นให้จบ เพราะโหดมาก อาจจะทำให้ยอมแพ้ระหว่างทางได้”

 

ยุพืน-1ใน15-นักปั่นไทย-PBP Paris-Brest-Paris
พี่ยุพืน 1ใน15 นักปั่นไทย PBP Paris-Brest-Paris

 

ยุพิน ศิริสวัสดิ์ (หมาน้อย) “ไม่ต้องชนะใคร ชนะใจตัวเองก็พอ”

 

สำหรับ พี่หมาน้อย หรือ พี่ยุพิน ถึงจะตัวเล็ก แต่เล็กพริกขี้หนูนะคะ เพราะปั่นได้ในเวลา 87.40 ชั่วโมง แถมพี่หมาน้อยยังบอกว่า นอนเยอะไปหน่อย 20 ชั่วโมง เพราะไม่ได้รีบอะไร พี่หมาน้อย เล่าว่า…

“ประสบการณ์ที่ได้จากการปั่น PBP Paris-Brest-Paris แรลลี่จักรยานทางไกล โดยรวมบ้านเมืองสวยงาม ประชาชนนิสัยดี เส้นทางสวย ปกติเป็นนักแข่งเสือภูเขา เพิ่งมาปั่นเสือหมอบได้ไม่ 4-5ปีหลังนี้เอง แต่ Audax เพิ่งจะรู้จักได้ไม่นาน เห็นเป็น 300 เขาใหญ่ ส่วนตัวชอบภูเขาอยู่แล้ว ก็เลยมาปั่น แล้วก็ตามมาเรื่อย ๆ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะมา PBP อยากผ่าน 600 ก็พอ แต่เห็นมี 1200 ก็เลยสนใจ ท้าทาย น่าลองดู แล้วก็ทำได้ ปั่นระยะ 1,230 KM 87ชั่วโมง แต่พี่นอนไปเยอะ ปั่นเร็วเกิน มันไม่ใช่อ่ะ เราก็คิดว่าเร็วไปแล้ว แค่อยากให้เสร็จตามเวลา ไม่จำเป็นต้องชนะใคร ชนะตัวเองก็พอ”

 

ยุพิน ศิริสวัสดิ์-นั่งปั่นทีมไทย-PBP Paris-Brest-Paris
ยุพิน ศิริสวัสดิ์-นั่กปั่นทีมไทย-PBP Paris-Brest-Paris

 

ความแตกต่าง ยาก-ง่าย ของการปั่นจักรยานเสือหมอบ กับ เสือภูเขา

“เสือภูเขาไปได้ทุกที่ ตรงไหนก็ได้ ขึ้น ลง แต่เสือหมอบต้องระวัง เพราะล้อเล็ก ไปได้แต่ทางเรียบ อีกอย่าง ในการแข่ง PBP Paris-Brest-Paris ระยะทางไกล สะดวกกว่าเพราะทางเรียบ แต่ก็ไม่ได้สนุกอย่างที่คิด เพราะต้องระวังมากขึ้น”

แนะนำคนที่อยากจะมาสมัคร PBP Paris-Brest-Paris 2015 แรลลี่จักรยานทางไกล

“สมัครเป็นสมาชิก Audax ก่อน ปั่น 200 300 400 600 ในปีที่จะมีการแข่งขัน ซึ่งต้องซ้อมทุกวัน ให้แรงอยู่ตัว อย่างพี่ก็ปั่นทุกเช้าก่อนไปทำงานอยู่แล้ว แต่ช่วงที่จะไปแข่ง PBP Paris-Brest-Paris 2015 ก็ต้องเก็บเนื้อเก็บตัว ไปแข่ง PBP อย่างเดียว ซึ่งจริง ๆ ทุกคนทำได้ ไม่ยากอย่างที่คิด”

 

คลิปสัมภาษณ์พี่ศิริชัย และ พี่ยุพิน

 

 

ดูบรรยากาศจาก PBP Paris Brest Paris ของ ทีมประเทศไทยได้ที่นี่

 

 

รายชื่อ 15 คนไทย ที่ผ่านเส้นทางปั่นจักรยาน 1200 กม. ที่ ฝรั่งเศส PBP Paris-Brest-Paris

E032 นายสิริกร ปุณณประดับกิจ ทำเวลา 68.39 Hrs.
L035 นายวิเชียร์ งามแสง ทำเวลา 68.49 Hrs.
E093 นายนพดล ปานอุดมลักษณ์ ทำเวลา 76.53 Hrs.
K205 นายศิริชัย อติวัฒนานนท์ ทำเวลา 77.29 Hrs.
L225 นางสาวสุกัญญา สุวรรณนาคะ ทำเวลา 81.48 Hrs.
R043 นายณัฐภพ กิจวัฒนกุล ทำเวลา 83.46 Hrs.
L222 นายวินัย ทรรทรานนท์ ทำเวลา 86.15 Hrs.
L168 นายเกรียงศักดิ์ กลิ่นนิ่มนวล ทำเวลา 86.43 Hrs.
L227 นางสาวยุพิน ศิริสวัสดิ์ ทำเวลา 87.40 Hrs.
L036 นายธงชัย พิศาภาค ทำเวลา 87.54 Hrs.
L182 นอ. ณรงค์ วัฒนะเสน ทำเวลา 88.05 Hrs.
G184 นายเอกสิทธิ์ สุฉันทบุตร ทำเวลา 88.54 Hrs.
L136 นายสุมิตร สุโขทัยวาณิช 89.27 Hrs.
L224 นายประดิษฐ์ พยุงวงศ์ 89.50 Hrs.
L224 นายประสิทธิ์ นิลรัตโนทัย 90.50 Hrs.

PBP Paris-Brest-Paris-แรลลี่จักรยานทางไกล
ผู้บริหารจากทางสิงห์ และ นักปั่นไทยที่ไปสร้างชื่อที่ PBP Paris-Brest-Paris แรลลี่จักรยานทางไกล ประเทศฝรั่งเศส

ข้อมูลเพิ่มเติม

สำหรับการแข่ง PBP Paris-Brest-Paris 2015 เป็นกิจรรม แรลลี่จักรยานทางไกล ที่ถือว่าเป็นการแข่งที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ประมาณ 120 กว่าปีมาแล้ว เส้นทางการปั่นคือ Paris ไปยัง Brest (เมืองชายฝั่งทางตะวันตกของฝรั่งเศส) แล้วกลับมาที่ Paris ระยะทาง 1,200 กิโลเมตร ซึ่งผู้แข่งต้องผ่านการปั่นและเป็นสมาชิกของ Audax Randonneurs โดยในประเทศไทย มีหน่วยงานอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งผู้ริเริ่ม Audax Randonneurs Thailand คือ Bob Usher หรือเรียกกันว่า ลุงบ็อบ (ได้รับชื่อพระราชทานเป็นภาษาไทยว่า เกตุ วรกำธร) นักปั่นอาวุโสชาวอังกฤษ

 

นักปั่น-จักรยานทางไกลฝรั่งเศส-PBP Paris-Brest-Paris
นักปั่น-จักรยานทางไกลฝรั่งเศส

 

ต้องขอบคุณ พี่ ๆ นักปั่น ทีมไทย PBP Paris-Brest-Paris ที่เก็บประสบการณ์ดี ๆ มาเล่าให้พวกเราฟังตลอดเวลา 3ขั่วโมงเต็ม ว่าการไปปั่นจักรยาน 1200 กม. มันไม่ใช่เรื่องงาน ต้องมีความอดทนและพยายาม รวมถึงความมุ่งมั่นและซ้อมให้มาก  นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเรื่องราวที่ได้พูดคุยกับพี่ ๆ นักปั่นคนไทย ที่ไปสร้างชื่อเสียงประเทศไทยในการแข่ง PBP Paris-Brest-Paris 2015 จักรยานทางไกลฝรั่งเศส ยังมีอีกหลายมุมมองจากทีมนักปั่นนี้ TripEatChill จะนำมาเล่าให้ฟังในครั้งต่อไป… สวัสดีค่ะ

10 แรงบันดาลใจ จากผู้ชายติดดินที่ยิ่งใหญ่ อ๋อ แอ็คชั่น อนันต์ชัย จันทรัตน์

อนันต์ชัย จันทรัตน์

หลังจากเล่าเรื่องราวในมุมครอบครัวของคุณอ๋อ แอ็คชั่น ไปเมื่อ blog ที่แล้ว และได้เกริ่นไว้ว่าตลอด 5 ชั่วโมงในการพูดคุยกับคุณอ๋อนั้น ไม่มีเรื่องไหนที่ไม่สำคัญเลย สามารถฟังได้ไม่มีเบื่อ เพราะ คุณอ๋อ อนันต์ชัย จันทรัตน์ มีคำสอน และข้อคิดในการใช้ชีวิตมากมาย และวันนี้คุณอ๋อบอกว่า พร้อมแล้วที่จะ “สร้างคน” ให้ได้มากที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้ เรื่องราวในครั้งนี้เลยเป็นเรื่องของ “10 แรงบันดาลใจ” ที่ได้จากผู้ชายติดดินที่ยิ่งใหญ่คนนี้ “อ๋อ แอ็คชั่น”

 

10 แรงบันดาลใจจาก อ๋อ แอ็คชั่น
10 แรงบันดาลใจจาก อ๋อ แอ็คชั่น

 

1. อย่าให้คำพูดมาเป็นคนสร้างตัวคุณ แต่ขอให้ผลงานเป็นตัวสร้างคุณ
ถ้าเป็นมืออาชีพจริง อย่าให้คำนั้นหลุดมาจากปากคุณ ให้คนอื่นเป็นคนพูด

ช้อคิดนี้ อ๋อ แอ็คชั่น พูดถึงการเป็นช่างภาพที่ดี ไม่ควรบอกคนอื่น ถามคนอื่นว่าภาพเราสวยมั้ย ดูสิ ภาพของเราสวยหรือเปล่า ดีหรือเปล่า อย่าบอกว่าตัวเองดี แต่เราต้องทำดี ทำให้คนอื่น ว่าเราดีจริง แล้วคนอื่น จะไปบอกต่อเอง ว่าเราเป็นอย่างไร

2. รูปที่สวยที่สุดในโลก ไม่เคยมีอยู่จริง และรูปที่ดีที่สุดในโลก ก็ไม่เคยมีอยู่จริง
แต่รูปที่ประทับใจที่สุดในโลก มันมีอยู่จริง ถ้าช่วยกัน แล้วมันจะยั่งยืน

ข้อนี้ อ๋อ แอ็คชั่น บอกลูกศิษย์ หรือทุกครั้งที่ไปอบรม ว่าอยากให้ช่วยกัน อย่าบอกใคร ๆ ว่ารูปของเราดีที่สุด อย่าบอกใคร ๆ ว่ารูปของเราสวยที่สุด แต่จงมั่นใจว่าภาพของเรานั้นเป้นภาพที่จะสร้างความประทับใจมากที่สุด มันยั่งยืนกว่ามาก

3. ทุกครั้งที่ “ท้อ” ทุกคนมีสิทธิ์ท้อ อย่านึกถึงตัวเองเด็ดขาด ให้นึกถึงคนที่เรารัก พ่อ แม่ ลูก ภรรยา แล้วบอกกับตัวเองว่า วันนี้เราทำเพื่อเขา เราไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง เชื่อผมเถอะ พลังจะมาทันที

4. ไม่เคยมีฝันใด ไม่เคยมีฝันของใคร ที่จะยิ่งใหญ่เท่ากับฝันของเรา
แต่อย่ามัวแต่ฝัน ต้องลงมือทำด้วย

5. อยากเป็นหมายเลขหนึ่ง “ต้องหาตัวเองให้เจอ” แสดงจุดยืนนั้นออกมา

 

อ๋อ แอ็คชั่น-สันติ-ภิรมย์ภักดี-2

 

6. คนรุ่นเก่า เรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่างจากคนรุ่นใหม่
คนรุ่นใหม่ที่จะต้องเก่งกว่าคนรุ่นเก่าเสมอ แล้วเชื่อมั่นในตัวเอง

จริงอยู่ว่าคนรุ่นเก่ามักจะมีประสบการณ์จากการใช้ชีวิตมามากมาย แต่คนรุ่นใหม่มีทักษะและความรู้ทันสมัยกว่าคนรุ่นเก่า ดังนั้น เมื่อคนรุ่นใหม่นำประสบการณ์ชีวิตของคนรุ่นเก่ามาเป็นบทเรียน คนรุ่นใหม่ ต้องเก่งกว่าเสมอ จงเชื่อมั่น!

7. หลายคน ไม่ประสบความสำเร็จเพราะ “หาตัวเองไม่เจอ” หลายคน ล้มเหลว เพราะคุณไม่รู้จักตัวเอง มัวแต่ยืนอยู่บนโลกแห่งการหลอกตัวเอง คุณไม่ให้กำลังใจตัวเอง แต่หลอกตัวเอง อย่าคิดว่าตัวเองทำไม่ได้ ทุกคนทำได้ ทุกอย่างเป้นไปได้ หาตัวเองให้เจอ หาจุดยืนให้ชัดเจน แล้วขึ้นไปยืนบนนั้น แล้วแสดงความเป็นตัวตนของตัวเองออกมา

8. โชคชะต้าฟ้าอาจจะลิขิต แต่ชีวิตเรากำหนดเอง ถ้าพร้อมจะรับคำท้าทาย ต้องพัฒนาตัวเองขึ้นไปอีก อย่าไปเชื่อคำชม ลม ๆ แล้ง ๆ จงยืนหยัดและแสดงออกมาให้สังคมโลกเห็น

 

อ๋อ แอ็คชั่น-สันติ-ภิรมย์ภักดี
อ๋อ แอ็คชั่น กับท่านสันติ ภิรมย์ภักดี

 

9. จุดแห่งความสำเร็จที่ อ๋อ แอ็คชั่น ตั้งเป้าไว้นับจากนี้ไป (ในหลายปีที่ผ่านมา) นั่นก็คือ “การสร้างคน” ยิ่งสร้างได้มากเท่าไหร่ ยิ่งประสบความสำเร็จมากเท่านั้น เลยทำเรื่องของการ “ให้”

“ให้” อย่่างเป็นเรื่องเป็นราว
“ให้” อย่างจริง ๆ จัง ๆ
“ให้” แล้วต้องไปทำให้ได้
“ให้” แล้วต้องประกอบอาชีพให้ได้
“ให้” แล้วต้องไปมีรายได้ให้ได้
“ให้” เท่าที่ลูกผู้ชายคนหนึ่งจะให้ได้

วันนี้เรายังให้ได้ และกำลังภายในเพิ่มมากขึ้น ได้มาจากผู้ใหญ่ที่เห็นประโยชน์ และสิ่งดี ๆ จากที่ผมทำ และคนที่ผลักดันมาโดยตลอดแบบไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ก็คือ ท่านสันติ ภิรมย์ภักดี พูดได้เต็มปาก ท่าทำเรื่องนี้ และบังเอิญผมก็จะทำเรื่องนี้ แต่เล็กกว่าเยอะ มิบังอาจไปเทียบท่าน แต่วิธีการคิดใกล้เคียงกับท่าน ท่านจึงให้การสนับสนุน

10. ทำตามคำมั่นสัญญา : ข้อนี้ คุณอ๋อ แอ็คชั่น ได้รับมาจากคุณสันติ ภิรมย์ภักดี เป็นแบบอย่างของชีวิต และทุกวันนี้ก็เหมือนจะเป็นหลาย ๆ อย่างของชีวิต และอย่าลืมสิ่งสำคัญ ความกตัญญู ความซื่อสัตย์

สิ่งเหล่านี้ อ๋อ แอ็คชั่น ยืดถือและปฎิบัติมาตลอดชีวิต ตั้งแต่เด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน จนประสบความสำเร็จ และจะยังคงทำต่อไปตราบสิ้นลมหายใจ หากจะไม่มีใครขึ้นมาเป็นช่างภาพแอ็คชั่นเลย ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของวาสนา นี่เป็นส่วนหนึ่งจากการได้พูดคุยกับ “คน สร้าง คน” คุณอ๋อ แอ็คชั่น อนันต์ชัย จันทรัตน์ เท่านั้น เราจะนำเสนอเรื่องราวมุมชีวิตอื่น ๆ ในครั้งต่อไป ขอบคุณที่ติดตาม

หากมีโอกาสเพียงครั้งเดียว! อ๋อ แอ็คชั่น จะเลือกถ่ายภาพอะไร!

อ๋อ แอ็คชั่น-ช่างภาพแอ็คชั่น

ถ้าวันนี้ เป็นวันสุดท้ายของชีวิต “อ๋อ แอ็คชั่น” ช่างภาพแอ็คชั่นหมายเลขหนึ่งเมืองไทย จะเลือกถ่ายภาพสิ่งใด มีโอกาสแค่ 1 Shot 1 ภาพ เท่านั้น! คำตอบที่ได้ ทำให้น้ำตาไหล

 

อนันต์ชัย จันทรัตน์-ช่างภาพแอ็คชั่นหมายเลขหนึ่งเมืองไทย
อ๋อ แอ็คชั่น หรือ อนันต์ชัย จันทรัตน์ ช่างภาพแอ็คชั่นหมายเลขหนึ่งเมืองไทย

 

หากจะพูดถึงชื่อ “อนันต์ชัย จันทรัตน์” หรือ “อ๋อ แอ็คชั่น” (aor action) ช่างภาพแอ็คชั่น คนแรกของเมืองไทย น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในแวดวงของนักถ่ายภาพต้องรู้จักเขาคนนี้ จากเด็กกำพร้า แต่ด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจ จนกลายเป็น “ช่างภาพแอ็คชั่นหมายเลขหนึ่งเมืองไทย” และ เป็นช่างภาพไทยคนเดียว ที่ได้รับเลือกเป็น แบรนด์ แอมบาสเดอร์ ของ 4 แบรนด์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น “สิงห์ คอร์เปอเรชั่น, การบินไทย, แคนนอน ประเทศไทย และ โอคลี่ย์ ประเทศไทย”

 

อ๋อ แอ็คชั่น
อ๋อ แอ็คชั่น

 

เขามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร และก้าวต่อไปของ อ๋อ แอ็คชั่น จะเป็นอย่างไร เรื่องราวของเขา ฟังวันเดียวไม่จบแน่ ๆ เราจะนำเสนอเรื่องราวให้ติดตามกันอย่างต่อเนื่อง…

วันนี้ถือเป็นอีกครั้งที่ TripEatChill ได้มีโอกาสสัมภาษณ์บุคคลพิเศษ “อ๋อ แอ็คชั่น (อนันต์ชัย จันทรัตน์)” ช่างภาพแอ็คชั่นหมายเลขหนึ่งเมืองไทย ถือเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจ ของมือใหม่หัดถ่าย และช่างภาพตัวเล็ก ๆ อย่างเรามากทีเดียว เพราะตลอดระยะเวลา 5 ชั่วโมงที่สัมภาษณ์ “อ๋อ แอ็คชั่น” คุณอ๋อเล่าเรื่องราวชีวิตจากตั้งแต่วัยเด็กที่แสนลำบาก จนเริ่มถ่ายภาพและทำงานทุ่มเท มุ่งมั่นหาตัวตน จนมาถึงวันที่ก้าวมาถึงการ “สร้างคน” สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ ให้สู้ต่อไป เราจะนำมาเล่าให้ฟังทั้งหมดแน่นอน แต่วันนี้เรามี 1 คำถาม ที่อยากถาม อ๋อ แอ็คชั่นว่า…

 

อนันต์ชัย จันทรัตน์
อนันต์ชัย จันทรัตน์ ช่างภาพแอ็คชั่นหมายเลขหนึ่งเมืองไทย

 

“ถ้าวันหนึ่งมาถึงวันสุดท้ายของชีวิต อ๋อ แอ็คชั่น มีเพียง 1 shot กับ 1 สิ่ง ที่ คุณอ๋อ สามารถถ่ายได้คุณอ๋อ แอ็คชั่น จะเลือกถ่ายอะไร?

คำตอบที่ได้ ฟังแล้วน้ำตาไหล เพราะสิ่งนั้นคือ “ครอบครัวของเขาเอง” คำพูดต่อจากนี้ มาจากสิ่งที่ คุณอ๋อ แอ็คชั่น เป็นคนเล่าให้ฟัง… “ถ้าเป็นไปได้ สิ่งที่พี่จะต้องถ่ายรูปแล้วพี่จะไปจากโลกใบนี้ พี่ขอถ่ายรูปครอบครัวพี่ ได้คำตอบแล้วนะ ตอบมาจากในนี้ (ตบ อก) จากใจ” 

อ๋อ แอ็คชั่น พูดถึงครอบครัว
อ๋อ แอ็คชั่น พูดถึงครอบครัว

 

“พี่ขอสมมติอีกเรื่อง วันหนึ่งถ้าพวกคุณมีลูก ทุกสิ่งทุกอย่างคุณจะถ่ายเทไปที่ลูก ซึ่งบางครั้ง แม่ยังไม่สำคัญเท่าลูกเลย อย่าเชื่อผม ให้ถึงวันนั้นก่อน … สมมติว่า มียานอวกาศมาลำหนึ่งใหญ่มาก ประกาศว่าวันพรุ่งนี้โลกจะแตกแล้ว รวบรวมเอามนุษย์สายพันธุ์ดี ๆ ขึ้นไปให้หมด ทั้งพวกอัจฉริยะ, พืช, สัตว์ ฯลฯ และบังเอิญยานลำสุดท้ายบินผ่่านมาบ้านเรา และประกาศว่า สามารถรับได้เพียงคนเดียว ไม่รู้ใช่มั้ยว่าใครควรจะขึ้นยานลำนี้ “ลูก” ต้องได้ขึ้น ไม่ใช่คุณ ไม่ใช่ผม … เพราะฉะนั้น เวลาทำอะไร คิดให้ไกล “อย่าคิดแค่วันพรุ่งนี้” มีอะไรหลาย ๆ อย่างให้เราต้องคิด และอีกหลาย ๆ อย่างที่เราไม่ควรแตะต้อง”

 

อ๋อ แอ็คชั่น-ครอบครัว-สันติ-ภิรมย์ภักดี
อ๋อ แอ็คชั่น และ ครอบครัว ถ่ายภาพกับคุณสันติ ภิรมย์ภักดี แสดงถึงความเป็นครอบครัวเดียวกัน

 

นี่เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งจากช่วงเวลา 5 ชั่วโมงในการพูดคุยกับ “อ๋อ แอ็คชั่น” เชื่อมั้ยว่าตลอดเวลาที่เราได้ฟังคุณอ๋อเล่าเรื่องราวต่าง ๆ นั้น แทบจะไม่มีเรื่องไหนซ้ำกันเลย ถือเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนที่กำลังคิดว่าตัวเองหมดหวัง และไม่มีอะไรดี ลองมองมาที่ชีวิตของพี่เขา คุณอ๋อ แอ็คชั่น ที่เริ่มจากการไม่มีอะไร จนวันนี้ ได้ก้าวมาอยู่ระดับแถวหน้า เป็นช่างภาพแอ็ดชั่นหมายเลขหนึ่งของเมืองไทย

อ๋อ แอ็คชั่น-ช่างภาพแอ็คชั่น
อ๋อ แอ็คชั่น กับอุปกรณ์คู่ใจ

สิ่งหนึ่งที่ คุณอ๋อ แอ็คชั่น พูดถึงเกือบจะตลอดเวลาในการสัมภาษณ์ นั่นก็คือ ครอบครัวตัวเอง ภรรยา คู่ชีวิต ส่งเสริม และดูแลทุกเรื่อง และลูกชายคนเดียวของบ้าน ที่เป็นความภูมิใจของพ่อแม่ ไม่เคยเกเร ไม่เคยทำให้พ่อแม่ผิดหวัง มีความคิดความอ่านและค้นหาแนวทางของตัวเอง

และยังมีอีกหนึ่งที่สำคัญนั่นก็คือ ครอบครัวสิงห์ อ๋อ แอ็คชั่น ให้ความเคารพ และเทิดทูน คุณสันติ ภิรมย์ภักดี เปรียบเสมือนเป็น “พ่อ” ที่มอบชีวิต และโอกาสให้มากกว่า 30 ปี เรียกได้ว่าคุณอ๋อ แอ็คชั่น ซึมซับแนวคิด การใช้ชีวิต การมีจุดยืน ความรับผิดชอบ การมีสัมมาคารวะ ความกตัญญู ซื่อสัตย์ มาจาก “คุณสันติ ภิรมย์ภักดี” ทั้งนั้น

อ๋อ แอ็คชั่น ช่างภาพแอ็คชั่นหมายเลขหนึ่งเมืองไทย
อ๋อ แอ็คชั่น ช่างภาพแอ็คชั่นหมายเลขหนึ่งเมืองไทย กับความภาคภูมิใจในขั้นต่อไป ในการ “สร้างคน”

 

เป็นอีกมุมมองหนึ่งของ “อ๋อ แอ็คชั่น” อนันต์ชัย จันทรัตน์ ช่างภาพแอ็คชั่นหมายเลขหนึ่งเมืองไทย ที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน ซึ่งเรื่องราวตลอด 5 ชั่วโมงที่ได้พูดคุยนั้น ไม่มีเรื่องไหนที่ ไม่สำคัญ ยังมีอีกหลายเรื่องราวของคุณอ๋อที่อยากเล่าให้ฟัง ห้ามพลาดตอนต่อ ๆ ไปนะคะ

 

เรื่องราวของน้าอ๋อ อนันต์ชัย จันทรัตน์ ‘อ๋อ แอ็คชั่น’ ยังมีต่อค่ะ
  1. แง่คิด มุมมอง เคล็ดลับดี ๆ จากทักษะชีวิต อ๋อ แอ็คชั่น นักสู้หัวใจสิงห์
  2. เปิดใจ อนันต์ชัย จันทรัตน์ สุดยอดช่างภาพแอ็คชั่นเมืองไทย Singha Photo Academy
  3. เปิดบ้านพี่ อ๋อ แอ็คชั่น อนันต์ชัย จันทรัตน์ ช่างภาพแอ็คชั่นหมายเลขหนึ่งเมืองไทย
  4. คนจริงหัวใจสิงห์ คุณ อ๋อ แอ็คชั่น อนันต์ชัย จันทรรัตน์ ช่างภาพแอ็คชั่นหมายเลขหนึ่งเมืองไทย
  5. เผยความเป็นที่1 อ๋อ แอ็คชั่น ช่างภาพแอ็คชั่น คนเดียวของเมืองไทย
  6. อ๋อ แอ็คชั่น ช่างภาพแอ็คชั่นหมายเลขหนึ่งเมืองไทย และ การให้ที่ยิ่งใหญ่ คือการให้ต่อไม่รู้จบ
  7. อ๋อ แอ็คชั่น อนันต์ชัย จันทรัตน์ ตั้งใจจริงทุกสิ่งเป็นไปได้ จนก้าวมาเป็นช่างภาพแอ็คชั่นหมายเลขหนึ่งเมืองไทย
  8. ช่างภาพหัวใจสิงห์ อนันต์ชัย จันทรัตน์ (อ๋อ แอ็คชั่น) ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากนักสู้..ผู้ยิ่งใหญ่
  9. อนันต์ชัย จันทรัตน์ กว่าจะเป็นช่างภาพแอ็คชั่นหมายเลขหนึ่งเมืองไทย
  10. เปิดตำนานช่างภาพ ACTION หมายเลขหนึ่งเมืองไทย อนันต์ชัย จันทรัตน์ (อ๋อ แอ็คชั่น)
  11. กว่าจะถึงวันนี้..อ๋อ แอ็คชั่นสุดยอดช่างภาพแอ็คชั่นหมายเลขหนึ่งเมืองไทย
  12. หากมีโอกาสเพียงครั้งเดียว! อ๋อ แอ็คชั่น จะเลือกถ่ายภาพอะไร!
  13. อ๋อ แอ็คชั่น ช่างภาพที่ไม่ยอมให้โชคชะตามากำหนดชีวิต
  14. คิดและทำให้แตกต่างกับอ๋อ อนันต์ชัย จันทรรัตน์ช่างภาพแอ็คชั่นหมายเลขหนึ่งเมืองไทย
  15. ชีวิตคนจริงของ ‘อ๋อ แอ็คชั่น’ อนันต์ชัย จันทรัตน์ ‘ช่างภาพแอ็คชั่น’ หมายเลขหนึ่งของเมืองไทย
  16. อ๋อ ช่างภาพแอ็คชั่น หัวใจสิงห์ พลิกชีวิต ด้วย การสร้างแรงบันดาลใจ
  17. ช่างภาพแอ็คชั่น : อนันต์ชัย จันทรัตน์ ชีวิตที่กำหนด(ไม่)ได้

จากวิศวะฯ สู่การสอนดนตรี “ฐาวันต์ รงคพรรณ” กล้าที่จะเปลี่ยน คิดแล้วต้องทำ

ฐาวันต์ รงคพรรณ

“ฐาวันต์ รงคพรรณ” ครูสอนดนตรีหนุ่ม ไฟแรง ซึ่งกล้าที่จะเปลี่ยน เส้นทางชีวิตของตัวเอง จากการเรียนวิศวะฯ ผันตัวเองมาเรียนด้านดนตรี และเป็นครูสอนดนตรี Eurhythmics

 

ฐาวันต์-รงคพรรณ-ครูสอนดนตรี-Eurhythmics
ฐาวันต์ รงคพรรณ ครูสอนดนตรี  Eurhythmics

 

“ดนตรี นั้นคือชีวิต จังหวะคอยลิขิตให้ชีวิตก้าวไป” เนื้อเพลงท่อนหนึ่งจากเพลงหางเครื่อง ไม่เคยเห็นภาพจากประโยคนี้ก็วันนี้.. วันที่ได้มาฟังมุมมองจากคุณครูสอนดนตรีหนุ่ม ไฟแรง “ฐาวันต์ รงคพรรณ” (Thawan Rongkapan) หรือ “ฐา” ซึ่งกล้าที่จะเปลี่ยนจากการเรียนวิศวะฯ ยานยนต์ นานาชาติ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาศึกษาต่อด้านดนตรีโดยเฉพาะ และจบการศึกษาระดับปริญญาตรี Bachelor of Arts in Music and Movement จากสถาบัน L’institut Jaques-Dalcroze ที่ เจนีวา (Genève) ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เป็นครูสอนดนตรีในแบบที่ไม่เหมือนใคร ไม่ใช่ตัวโน๊ต แต่สอนดนตรีด้วยการใช้จังหวะและการเคลื่อนไหว

 

ฐาวันต์-รงคพรรณ
ฐาวันต์ รงคพรรณ

 

“ฐาวันต์ รงคพรรณ” หนุ่มวัย 26 ปี ที่เลือกเส้นทางชีวิตเป็นครูสอนดนตรี โดยเลือกทิ้งการเรียนสายวิศวะในปี 2 แล้วออกมาเรียนดนตรีอย่างจริงจัง ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นในการมุ่งตามความฝัน หรือสานฝันของตัวเองที่รักดนตรีมาตั้งแต่เด็ก แต่สิ่งที่เขาเลือกไปเรียนนั้น ใช่สิ่งที่เขาอยากทำจริงหรือ? เขาบอกว่า “เลือกทำสิ่งที่อยากทำมากกว่า โดยไม่ได้มองถึงว่าเรื่องอื่นจะเป็นอย่างไร”

 

สถาบัน L’institut Jaques-Dalcroze กรุง Genève สอนอะไร?

ที่นี่เป็นการสอนให้เข้าใจดนตรี โดยใช้การเคลื่อนไหวนั่นเอง สอนให้รู้จักจังหวะผ่านการเคลื่อนไหว มันจะไม่มีหลักตายตัว หรือมีลำดับขั้นตอนเหมือนการเรียนดนตรีแบบอื่น ๆ โดยใช้การเคลื่อนไหว เช่นการเดิน วิ่ง กระโดด เต้น ควบคู่ไปกับเสียงเปียโน

 

ฐาวันต์ รู้จักสถาบัน L’institut Jaques-Dalcroze ได้อย่างไร

เริ่มจากการช่วยครูปูเป้สอนดนตรีที่ Eurhythmics Center ไปเรื่อย ๆ แล้วก็ได้ก้าวเข้าไปในสังคมนี้ เริ่มรู้จัก และ ศึกษา Eurhythmics แต่ก็ยังเรียนวิศวะฯ อยู่ แต่ด้านดนตรีก็เรียนมาตลอด ได้ไป workshop เวลามีคนมาสอนที่เมืองไทย ไปที่ออสเตรเลียบ้าง จนกระทั่งวันหนึ่ง มีคนญี่ปุ่นที่อยู่สิงคโปร์ แล้วเขาจะไปเรียนที่ เจนีว่า แต่ว่าถ้าจะบินไปสอบวันเดียว มันแพงเกิน เลยถามเขาว่าจะทำยังไงได้บ้าง ทางโน้นแนะนำว่าให้หาครูที่มีวุฒิด้านนี้ จนเขารู้ว่าสามารถมาสอบได้ที่โรงเรียนนี้ ได้มาสอบกับครูปูเป้ ซึ่งผมอยู่ที่นั่นพอดี

ครูปูเป้เห็นว่าเราสนใจและมีการไป workshop มาก่อนแล้วก็เลยชวนมาดูด้วย เพราะว่า คนญี่ปุ่นคนนี้มาสอบกับครูปูเป้ ถ่ายวิดีโอ เพื่อจะส่งไปสมัครสอบที่เจนีวา จากนั้นหลังสอบเสร็จกำลังจะกลับ โรงแรมที่คนญี่ปุ่นคนนี้พัก อยู่ทางกลับบ้านพอดี ครูปูเป้เลยให้ไปส่ง ระหว่างทางเลยสอบถามและพูดคุยมากขึ้น จากนั้นก็ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม ทำให้ความสนใจที่มีมากขึ้น

 

Thawan Rongkapan-ครูสอนดนตรี-Eurhythmics
Thawan Rongkapan-ครูสอนดนตรี-Eurhythmics

 

เกณฑ์การคัดเลือกเพื่อจะเข้าเรียนที่นี่

1. สอบเหมือนเข้าโรงเรียนดนตรี คือการ audition เล่นเพลงตามที่เขากำหนด
2. สอบทักษะดนตรีต่าง ๆ ซึ่งเราก็ต้องมีพื้นฐานทางดนตรีที่แน่นพอสมควร

ในการสอนดนตรีแบบ “ครูฐาวันต์” ต้องมีอะไรบ้าง?

1. ห้องกว้าง
2. เปียโน
3. อุปกรณ์ในการสอนอื่น ๆ

ยกตัวอย่างการสอนดนตรีเด็ก:

วันนี้จะเรียนเรื่อง “เร็ว” กับ “ช้า” ให้ผู้เรียนสามารถแยกแยะได้ว่า อันนี้แหละ ดนตรีช้า อันนี้ดนตรีเร็ว โดยนำมาผูกกับเรื่องราว เช่น กระต่าย กับ เต่า เมื่อเล่นดนตรีเป็นเต่า ก็แสดงท่าทางช้า พอเป็นกระต่าย จังหวะก็เร็ว โดยที่เราไม่ต้องบอกเด็กเลยว่าตอนนี้เป็นจังหวะไหน เรียนดนตรีโดยใช้ประสาทสัมผัสร่วมกัน สนุกไปกับมัน

 

กลุ่มผู้สูงอายุ ก็เรียนได้ credit: eurythmics pictures ©ijd/2015
กลุ่มผู้สูงอายุ ก็เรียนได้ credit: eurythmics pictures ©ijd/2015

 

การเรียนการสอน credit: eurythmics pictures ©ijd/2015
การเรียนการสอน credit: eurythmics pictures ©ijd/2015

 

กลุ่มอายุที่ครูฐาวันต์ สอนดนตรี: 4 – 8 ขวบ เป็นหลัก แต่จริง ๆ แล้วจะไม่จำกัดอายุ แต่ที่ต่างประเทศจะมีกลุ่มผู้สูงวัยมาทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อบำบัดอัลไซเมอร์ หรือกันโรคซึมเศร้า

ครอบครัวว่าอย่างไรบ้าง? เมื่อพลิกผันจากที่เรียนวิศวะ ไปเรียนดนตรี

ที่บ้านเห็นว่าเราก็ทำเป็นอาชีพ มาสอนดนตรีเสาร์อาทิตย์มาหลายปี ไม่ใช่ว่าวันหนึ่งจะไปเรียนดนตรี แล้วก็ทิ้งทุกอย่างไป แต่มีการเตรียมตัวมาแล้ว เป็นสิ่งที่ทำอยู่แล้ว และระหว่างนั้นก็ตั้งใจเรียนวิศวะมาตลอดด้วย พอถึงจุดหนึ่งที่เกิดไอเดียว่าจะไปเรียน ก็คิดว่าเราจะทำอย่างไรต่อ ทำคู่กันแต่เรียนวิศวะเยอะหน่อย อาทิตย์ละ 5 วัน ส่วนสอนดนตรี ก็ 2 วันเสาร์อาทิตย์ อีกอย่างตอนเรียนวิศวะฯ เขาพาไปดูโรงงานเยอะ ได้เห็นว่าชีวิตวิศวะกรจริง ๆ มันเป็นอย่างไร มันไม่เหมาะกับเรา และเราก็ไม่ชอบ พอได้เจอคนญี่ปุ่นคนนั้น ก็เลยเริ่มหาความรู้เพิ่ม และมาทางดนตรีมากกว่า

วางอนาคตยังไง

ตอนนี้วางแผนแล้วก็เริ่มเข้าไปคุยกับสถาบันบ้าง แต่ยังไม่ได้ตกลงอะไร จริง ๆ ก็อยากสอน คุยกับครูปูเป้ว่าอยากได้ห้อง แต่ห้องที่โรงเรียนก็เต็มตลอด ก็เลยยังไม่ได้สานต่อ

 

ฐาวันต์-สอนดนตรี
ในช่วงที่ครูฐาอยู่ที่ Geneve เครดิต: FB Thawan Rongkapan

 

กำลังสนใจอยากสอนดนตรีเด็กพิเศษ?

ตอนนี้ยังเป็นแค่ความสนใจครับ สนใจการสอนเด็กพิเศษ (ออทิสติก หรือเด็กที่ต้องการการเคลื่อนไหวเป็นพิเศษ) ไปดูคนอื่นสอนบ้าง เริ่มจากตอนที่ไปสอนที่ จ.พังงา โรงเรียนที่สอนได้ทำกิจกรรมร่วมกับศูนย์เด็กพิเศษ ก็เลยได้ไปดู พอกลับมาก็มีรุ่นพี่ที่สอนดนตรีเด็กพิเศษก็ขอไปดู แต่ตอนนี้ก็ยังไม่ได้สานต่อ เพราะว่าเพิ่งได้เข้าไปดู รู้สึกว่าคนที่สอนได้เนียะ สุดยอดมาก ๆ เพราะการที่เราจะไปสอนเด็กพิเศษ ขนาดคนที่จะสอนเด็กเรายังต้องมีทักษะและจิตวิทยาระดับหนึ่ง แต่ครูที่สอนเด็กพิเศษได้ต้องมีความอดทนสูงมาก เก่งมากกว่าอีก เพราะที่ได้ไปดู เขาจะสอนเดี่ยว

 

ไลฟ์สไตล์ของ-ฐาวันต์-รงคพรรณ
ครูฐาวันต์ รงคพรรณ กับจักรยานที่ใช้ประจำ

 

เห็นว่าเคยปั่นจักรยานจากสวิสเซอร์แลนด์ไปสเปนด้วย?

จริง ๆ ก็ไม่ได้วางแผนอะไร ตอนนั้นเรียนจบก็อยากทำอะไรสักอย่าง นึกได้อยากปั่นจักรยาน พอเพื่อนคนหนึ่งรู้ ก็เลยบอกว่าไปด้วยสิ มีจักรยานที่มีรูมเมททิ้งไว้พอดี เลยเตรียมการไม่กี่วัน แผนที่ก็ไม่ได้เปิด google map นะ ใช้แผนที่แบบกระดาษธรรมดานี่แหละ เพื่อนร่วมทางเองก็มีหยุดเดินทางไปครั้งหนึ่ง ตอนนั้นผ่านไปทางบ้านเขาพอดี เขาเลยขอแวะไปบ้าน แต่ผ่านไป 2 อาทิตย์ เขาก็คิดต่อมาว่ายังเดินทางอยู่มั้ย ขอกลับมาปั่นต่อด้วย สิ่งที่ได้จากการเดินทางครั้งนี้ มีหลายอย่างมาก เปลี่ยนทัศนคติของเราไปเลย ทำให้ทุกวันนี้ไม่ชอบการวางแผนอะไรไกล ๆ แต่คิดแล้วต้องทำ เลยมีบางช่วงที่ท้อเหมือนกัน เพราะเราทำแบบเดิมทุกวัน ออกแต่เช้า เพื่อปั่นให้ได้เยอะ พอเย็นก็ต้องรีบหาที่พัก มันก็มีเบื่อกันบ้าง แต่สุดท้ายก็เดินทางไปถึงสุดหมายจนได้

 

สิ่งที่ได้จากการเรียน Eurhythmics

– ช่วยเสริมสร้างความประทับใจในดนตรีให้กับผู้เรียน (Impression in Music)
– สร้างทักษะการฟังอย่างมีประสิทธิภาพ (Lisening Skills)
– ฝึกไหวพริบการตอบสนองต่อดนตรี (Music Awareness Through th Senses)
– เสริมความรู้พื้นฐานทางดนตรี (Musicianship)
– พัฒนาความกล้าแสดงออกทั้งทางความคิด และความรู้สึก (Self Expression)

ขอบคุณข้อมูลส่วนนี้จาก  Eurhythmics Center

Thawan-Rongkapan-Children’s-Music-Instructor
Thawan Rongkapan Children’s Music Instructor

หลังจากที่ได้พูดคุยกับ “ครูฐา หรือ ฐาวันต์ รงคพรรณ” ก็ได้เห็นแววตามุ่งมั่น เด็ดเดี่ยวมั่นคง และกล้าที่จะเปลี่ยน เพราะไม่อย่างนั้นคงไม่ก้าวมาถึงจุดนี้ เป็นครูสอนดนตรี ที่มีใจรัก เพราะการที่จะหยุดเรียนวิศวะ แล้วไปเรียนดนตรีจนจบปริญญาตรีเฉพาะ ในสถาบันต่างบ้านต่างเมือง การเรียนการสอนเป็นภาษาฝรั่งเศส ซึ่งยาก ไหนจะการใช้ชีวิตอยู่ที่โน่น แต่สิ่งที่ได้รับคือพลังในการใช้ชีวิตของครูฐา ซึ่งถึงแม้จะไม่ได้มีชีวิตหวือหวา แต่ก็ไม่กลัว และกล้าที่จะก้าวต่อไป ขอบคุณ “ครูฐา” อีกครั้งนะคะ … แล้วคุณล่ะ กล้าที่จะเปลี่ยน และมุ่งตามความฝันแล้วหรือยัง?