ซันเดย์ บรันช์ สุดอลังการ ณ ห้องอาหาร Espresso โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ

Sumptuous Sunday Brunch at Espresso

เปิดศักราชใหม่ มอบความสุขสันต์กับอาหารมื้อสายวันอาทิตย์แสนสบายตลอดทุกสัปดาห์ ห้องอาหารเอสเพรซโซ่ ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ นำเสนอ Sumptuous Sunday Brunch สุดอลังการ พร้อมต้อนรับทุกท่านด้วยสุดยอดเมนูอาหารนานาชาติหลากชนิด ปรุงจากวัตถุดิบชั้นเยี่ยม ที่หัวหน้าพ่อครัวใหญ่ของโรงแรม เชฟคูณราด อินเกลแรมคัดสรรมาอย่างพิถิพิถัน เพื่อมอบประสบการณ์สุดพิเศษแก่ทุกท่านตลอดมื้ออาหารยามสาย

 

Sumptuous Sunday Brunch at Espresso

 

ลิ้มรสความอร่อยจากทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเลสดใหม่ อาทิ กุ้งล็อบสเตอร์ เนื้อแน่นแบบเต็ม ๆ ตัว หอยนางรม ฟิน เดอ แคลร์ ปูอลาสก้า เนื้อแน่นตัวโต หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ เสิร์ฟพร้อมกับซอสและเครื่องเคียงนานาชนิดให้คุณได้เลือกอร่อยตามสไตล์ที่ชื่นชอบ รวมถึงซาชิมิเกรดเอจากญี่ปุ่นและคาเวียร์คุณภาพเยี่ยมให้คุณได้ลิ้มลอง

 

Sumptuous Sunday Brunch at Espresso

 

สำหรับท่านที่ชอบรับประทานเนื้อ เชิญอิ่มเอมกับหลากหลายเมนูเนื้อชั้นเลิศ ทั้ง สเต็กเนื้อแกะออสเตรเลีย ซี่โครงและวากิว เนื้อนุ่ม อิตาเลียนแฮมชิ้นหนา พร้อมความพิเศษด้วยเมนูฟัวกราส์จานเด็ดของเชฟคูณราด และอาหารจีนต้นตำรับรสเลิศหลากเมนูจากห้องอาหารซัมเมอร์ พาเลซ ที่จะมอบสุดยอดประสบการณ์บรันช์มื้อสายวันอาทิตย์ที่พิเศษที่สุดสำหรับคุณ

 

Sumptuous Sunday Brunch at Espresso

Sumptuous Sunday Brunch at Espresso

 

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ขาดไม่ได้คือ มุมของหวาน ที่พร้อมให้ทุกท่านได้ตื่นตาตื่นใจกับเมนูของหวานรสชาติแปลกใหม่ที่ไม่ซ้ำใครกว่า 20 รายการ พร้อมด้วยช็อกโกแลต ทรัฟเฟิลไปจนถึงไอศกรีมคุณภาพเยี่ยมหลากหลายรสชาติ ให้ทุกท่านได้เพลิดเพลินอย่างเต็มที่ตลอดมื้อสายวันอาทิตย์ทุกสัปดาห์ ณ ห้องอาหารเอสเพรซโซ่ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ

 

Sumptuous Sunday Brunch at Espresso

 

สัมผัสบรรยากาศ ซันเดย์ บรันช์ มื้อสายสุดอลังการ พร้อมอิ่มอร่อยกับบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติตลอดทุกวันอาทิตย์ ณ ห้องอาหารเอสเพรซโซ่ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ ในราคาท่านละ 2,100++ บาท และเพิ่มความสุขด้วยหลายแพ็คเกจแอลกอฮอล์และค็อกเทลไม่จำกัด

แพ็คเกจ Louis Roederer Premier Brut เพิ่มเพียง 3,899++ บาท
แพ็คเกจ Chandon เพิ่มเพียง 1,499++ บาท
แพ็คเกจ Prosecco เพิ่มเพียง 1,299++ บาท

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือ สำรองที่นั่ง โทร 02 656 0444 ต่อ 6430 หรือ www.bangkok.intercontinental.co

บุฟเฟ่ต์เบียร์ ไซเดอร์ คู่ทาปาส แบบไม่อั้น ณ ห้องอาหารริเวอร์ไซด์ กริลล์ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน

ห้องอาหารริเวอร์ไซด์ กริลล์ ณ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ขอเชิญคุณมาสังสรรค์พร้อมเพื่อนฝูงในค่ำคืนของ เบียร์ ไซเดอร์ และทาปาส ทุกคืนวันศุกร์แรกของทุกเดือน ซึ่งเดือนนี้ตรงกับคืน วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม 2559 ตั้งแต่เวลา 18.30 – 20.30 น. คุยเพลินไม่มีสะดุดพร้อมดื่มด่ำเบียร์ และไซเดอร์หลากหลายยี่ห้อไม่อั้น ทั้งแบบพรีเมียม และธรรมดา เคียงคู่เมนูทาปาส ที่ได้รับการคัดสรรมาได้คู่กันอย่างลงตัว ในราคาเพียง 599++ บาทต่อท่าน หรือเลือกเพิ่มความหลากหลายและอัพเกรดเบียร์ระดับพรีเมียมเพียง 999++ บาทต่อท่าน

 

buffet-beer-tapas

 

บริการเรือรับส่ง จากสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสินถึงโรงแรมฟรีทุกครึ่งชั่วโมง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร 0 2266 9214
อีเมลล์: events.rosh@sheraton.com
ไลน์แอด: @rosheratonbangkok
เฟสบุ๊ค: https://www.facebook.com/royalorchidsheratonhotel
หรือ เว็บไซต์: www.royalorchidsheraton.com/th

PAUL เฟรนซ์เบเกอรี่ ชวนสัมผัสเมนูพิเศษ ส่งท้ายฤดูฝน

พอล PAUL เฟรนซ์เบเกอรี่ และเรสเตอร์รองระดับโลก ขอเชิญคุณสัมผัสกับเมนูใหม่ ส่งท้ายปลายฝนอันแสนโรแมนติก กับสวรรค์สำหรับคนรักการทานอาหารว่าง อบร้อน ๆ หอมกรุ่นจากเตา เริ่มด้วย อาหารว่างยามบ่ายสุดพิเศษด้วยสูตรเฉพาะจาก PAUL ที่รังสรรค์อย่างประณีตด้วยพ่อครัวมือหนึ่ง เสิร์ฟมาพร้อมกับผักสลัดตามฤดูกาล

 

pp

 

กับ 2 รสชาติสุดพิเศษ คือ Feuilleté Provençale (เฟยเต้ โพรวองซาล) พัฟอบกรอบหอมกรุ่น โรยหน้าด้วยพืชผักเมืองร้อนฝรั่งเศสตอนใต้ และ เอ็มเมนทอล ชีท (Emmental Cheese) ในราคา 220 บาท

และ Feuilleté Poulet au curry (เฟยเต้ ปูเล่ โอ คูร์รี่) พัฟอบร้อน โรยหน้าด้วยไก่คลุกเคล้าผงกะหรี่ มะเขือเทศ หอมใหญ่ และ เชดด้า ชีส (Cheddar Cheese) ในราคา 240 บาท

 

paul-r

 

และต่อด้วย เมนูสำหรับทุกมื้อแห่งความอร่อย กับ Madeleines (แมดเดอแลน) ขนมอบหอมกรุ่นขนมประจำบ้านของชาวฝรั่งเศส ในราคา 155 บาท และ Madeleines enrobées au chocolat (แมดเดอแลน องโรเบ่โอ ชอคโกลา) ขนมอบ อร่อยง่ายสไตล์ฝรั่งเศส เพิ่มลูกเล่นด้วยการเคลือบช็อกโกแลตเพียงครึ่ง ลงตัวกับทุกช่วงเวลาพิเศษ ทั้งยามสาย หรือยามบ่าย พกพาสะดวกไปได้ทุกที่ ช่วยเพิ่มรสชาติให้กับชาถ้วยโปรดของคุณได้ดี เพียง 175 บาท

 

paul-3

 

และ Tartellette crème brûlée à la vanille (ตาร์เตอแลตต์ แครม บรูเล่ อาลา วานิล) ทาร์ตสูตรพิเศษจากพอล หอมละมุนด้วยเนื้อคัสตาร์ดกลิ่นวนิลา หอมกรุ่นกลิ่นน้ำตาลไหม้ที่เผามาบนเนื้อขนม ราคาเพียง 120 บาท พร้อมให้คุณสัมผัสความอร่อยแบบต้นตำรับได้แล้ววันนี้ที่ PAUL French Bakery Restaurant ทั้ง 4 สาขา

Central Embassy ชั้น 1 (BTS เพลินจิต ทางออกที่ 5) โทร.02-001-5160
The Emporium ชั้น 1 (BTS พร้อมพงษ์ ทางออกที่ 2) โทร.02-664-7535
Central World ชั้น 2 โทร.02-646-1413
Empire Tower ชั้น 2 (BTS ช่องนนทรี) โทร.02-670-0761

 

หรือทาง FB: paul1889thailand / IG: paulbakerythailand/ LINE: @paulthailand.

OSHA ไทยเรสเตอรองท์ แอนด์ บาร์ จัด 2 เมนูพิเศษ นำร่องโครงการประชารัฐในเทศกาล Phuket Lobster Festival 2016

โอชา ไทย เรสเตอรองท์ แอนด์ บาร์ สร้างสรรค์ 2 เมนูพิเศษสะท้อนบริบทท้องถิ่นเมืองภูเก็ต ร่วมนำร่องโครงการประชารัฐในเทศกาล Phuket Lobster Festival 2016 เจ้าถิ่นพากินกุ้งมังกร ตลอดเดือนสิงหาคม 59

ร้านโอชา ไทยเรสเตอรองท์ แอนด์ บาร์ ร้านอาหารไทยไฟน์ไดนิ่ง (Fine Dining) ระดับเวิลด์คลาส ที่ได้รับรางวัล Bangkok’s Best Restaurant 2014-2015 ขยายสาขาล่าสุดสู่ย่านภูเก็ตโอลด์ทาวน์ ภายใต้ชื่อ ร้านโอชา ไทยเรสเตอรองท์ แอนด์ บาร์ สาขา เดอะ เมมโมรี แอท ออนออน ภูเก็ตโอลด์ทาวน์ จ.ภูเก็ต โดยตั้งอยู่ภายในโรงแรมเดอะ เมมโมรี แอท ออนออน โรงแรมแห่งแรกของเมืองภูเก็ตที่เปิดให้บริการมายาวนานเกือบ 90 ปี ซึ่งจะเปิดให้บริการแทน ร้านอาหารเดอะ บาบ๋า (The BaBa Urban Heritage Cuisine) เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่ชาวภูเก็ตและนักท่องเที่ยวได้ลิ้มลองรสชาติอาหารไทยในสไตล์ The Best Authentic Thai Taste with Modern Twist

 

OSHA Curry Phuket Lobster PR_-2

 

โดย ร้านโอชา ไทยเรสเตอรองท์ แอนด์ บาร์ สาขา เดอะ เมมโมรี แอท ออนออน ภูเก็ตโอลด์ทาวน์ จ.ภูเก็ต ยังคงไว้ซึ่งเสน่ห์เอกลักษณ์ของความเป็น “โอชา (OSHA)” ด้วยการนำเสนอเมนูอาหารไทยที่เป็นที่นิยมและคุ้นเคยของชาวไทยและชาวต่างชาติ มาประยุกต์และเพิ่มความละเมียดละไม การตกแต่งที่งดงาม ผสานรสชาติความเป็นไทยต้นตำรับ และที่แตกต่างจากโอชาที่อื่นๆ คือการสร้างสรรค์เมนูอาหารพื้นถิ่นของภูเก็ตและอาหารใน แบบเพอรานากัน (Peranakan) เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่ทุกครั้งที่มาเยือน

ทั้งนี้ การเข้าร่วมกับ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีภูเก็ต(วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด เพื่อช่วยพัฒนาชุมชนฐานรากของ จ.ภูเก็ต ซึ่งถือเป็นจังหวัดนำร่องของโครงการประชารัฐในครั้งนี้ ร้านโอชา ไทยเรสเตอรองท์ แอนด์ บาร์ สาขา เดอะ เมมโมรี แอท ออนออน จ.ภูเก็ต จึงได้รังสรรค์เมนูพิเศษรวม 2 เมนู โดยหัวใจหลักคือการนำผลิตผลทางการเกษตรชื่อดังของภูเก็ต มาเป็นวัตถุดิบหลัก ประกอบด้วย กุ้งมังกร 7 สี (Phuket Lobster) เพื่อใช้ในการพัฒนาเมนูที่คงเอกลักษณ์ของภูเก็ตในครั้งนี้

โดย 2 เมนูที่ทีมเชฟของโอชา นำโดย เชฟปูริดา ธีระพงษ์ สุดยอดเชฟอาหารไทยและ Corporate Chef ได้พัฒนาขึ้นเพื่อเข้าร่วมใน เทศกาล Phuket Lobster Festival 2016 เจ้าถิ่นพากินกุ้งมังกร ประกอบด้วย ภูเก็ตล็อบสเตอร์แช่น้ำปลา (Dancing Phuket Lobster), ภูเก็ตล็อบสเตอร์ซอสกะหรี่โอชา (OSHA Curry Phuket Lobster) สะท้อนกลิ่นอายความเป็นภูเก็ตในแบบของโอชา

 

Dancing Phuket Lobster PR_re-2

 

ภูเก็ตล็อบสเตอร์แช่น้ำปลา (Dancing Phuket Lobster)

เมนูที่คัดสรรภูเก็ตล็อบสเตอร์ที่สดใหม่และผ่านกรรมวิธีการทำความสะอาดอย่างพิถีพิถัน เพิ่มรสชาติด้วยซอสชิลลี่รสเผ็ดที่มีส่วนผสมของน้ำฟักข้าวซึ่งปรุงแต่งด้วยเครื่องปั่นความถี่ที่สูงจนกลายเป็นซอสในรูปแบบซอร์เบท์(Sorbet)เนื้อละเอียด แฝงด้วยกลิ่นหอมจากพริกขี้หนู ผักชี กระเทียม และน้ำมะนาวสด ตกแต่งจานด้วยแตงกวาและไชเท้าแดงที่ฝานเป็นชิ้นบางๆ อย่างประณีต ราคา 1,200 บาท

ภูเก็ตล็อบสเตอร์ ซอสกะหรี่โอชา (OSHA Curry Phuket Lobster) โดดเด่นด้วยภูเก็ตล็อบสเตอร์ที่ผ่านการปรุงโดยเทคนิคพิเศษ Sous-Vide ในอุณหภูมิต่ำ นำมาเข้าคู่กับซอสแกงกะหรี่รสชาติเข้มข้น พร้อมการนำเสนออย่างแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร ราคา 1,200 บาท

ร่วมสัมผัสความเป็นที่สุดแห่งรสชาติอาหารไทย และประทับใจไปกับความงดงามแห่งเอกลักษณ์เมืองภูเก็ตกับ 2 เมนูพิเศษที่ ร้านโอชา ไทยเรสเตอรองท์ แอนด์ บาร์ สาขา เดอะ เมมโมรี แอท ออนออน ภูเก็ตโอลด์ทาวน์ จ.ภูเก็ต ได้ตลอดเดือนสิงหาคม 2559 เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 07.00 น. – 23.00 น.

ร้านโอชา ไทยเรสเตอรองท์ แอนด์ บาร์
สาขา เดอะ เมมโมรี แอท ออนออน ภูเก็ตโอลด์ทาวน์ จ.ภูเก็ต
ที่อยู่ : 23 ถนนพังงา ตำบล ตลาดใหญ่ อำเภอ เมือง จังหวัด ภูเก็ต 83000
โทรศัพท์ : 076 634 420
เว็บไซต์ : www.oshabangkok.com หรือ www.facebook.com/OSHABANGKOK

ห้องอาหารวูว์ ขอแนะนำรายการพิเศษ Crack A Crab ณ เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ

เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ ขอเชิญท่านพบกับรายการพิเศษ Crack A Crab หรือ ‘ปูผัดสไตล์สิงค์โปร์’ ถือเป็นอาหารจานหลักและนิยมเสิร์ฟในสิงค์โปร์ โดย เชฟคาซซิดี เซน เชฟมือหนึ่งด้านอาหารจีน โชว์ฝีมือการปรุงอาหารแบบต้นตำหรับให้บรรดาผู้ที่ชื่นชอบเมนูปูได้ประทับใจ ณ ห้องอาหารวูว์ ทุกวันจันทร์ ตั้งแต่ 18.00น. ถึง 21.00 น.

 

Crack A Crab

 

ลิ้มลองรสชาติของเนื้อปู มีความนุ่มแน่น เมื่อปรุงสุกกำลังดี จุดเด่นของมันนอกจากรสชาติที่อร่อยหวาน หอม มัน จากเนื้อปูแล้ว น้ำซอสเป็นส่วนประกอบสำคัญ โดยเชฟคาซซิดีเน้นปรุงซอสที่ให้รสชาติจัดจ้าน เผ็ดกลาง มีรสหวานกลมกล่อม กับ 3 เมนูแนะนำยอดนิยม อาทิ ปูอบซอสสิงค์โปร์เสิร์ฟพร้อมหมั่นโถ้ว ปูผัดพริกไทยดำ ปูผัดไข่เค็ม เสิร์ฟพร้อมกับ ส้มตำและข้าวผัดปู ราคาท่านละ 1,850++ และบริการเสิร์ฟเบียร์ 1 บัคเก็ต บรรจุ 4 ขวดในราคา 400++บาท

 

Crack A Crab

เมนู ปู ในความเชื่อของชาวจีนนั้นหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ ร่ำรวย และความอิ่มหนำสำราญ ประเพณีการรับประทานด้วยมือเปล่า เป็นวิธีที่จะ ลิ้มรส เนื้อปู ชุ่มฉ่ำด้วยซอสพริก และ mud crab คือปูประเภทเนื้อแน่น รสหวานมัน และซอสรสเผ็ด เป็นชนิดนี้นิยมนำมาใช้มากที่สุด และปูชนิดอื่นที่นำมาใช้ปรุงเมนูต่างๆอีกด้วย

 

The St. Regis

เชฟคาซซิดี เซน (Cassidy Shen) ด้วยประสบการณ์การปรุงอาหารกว่า 30 ปี ได้รับการเชิญเพื่อรังสรรค์เมนูอาหารหลายแห่งในเอเชีย อินเดียและภูมิภาคตะวันตก โดดเด่นในด้านการครีเอทเมนูใหม่รวมทั้งฝีมืออันเป็นเอกลักษณ์ ใส่ใจในรายละเอียด เลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพดี คำนึงถึงความสะอาด และการจัดวางเป็นสำคัญ

 

สำรองที่นั่งของ ห้องอาหารวูว์ เดอะ เซนต์ รีจีส กรุงเทพฯ ที่
เบอร์โทร 02 207 7777
อีเมลล์ fb.bangkok@stregis.com
เยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ www.stregisbangkok.com

ต้องลอง! Sushi Express สาขา Terminal 21 จานละ 30 บาท เดินทางสะดวก

หลังจากได้ยินชื่อมาสักพัก สำหรับร้าน Sushi Express ที่ฮื้อฮาตั้งแต่เปิดสาขาที่ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ตอนนี้ มาเปิดในเมืองแล้ว เปิดในห้าง Terminal 21 ชั้น 5 (ชั้นเดียวกับ Pier 21) ที่เป็นจุดเชื่อมต่อของรถไฟฟ้า BTS อโศก และ รถใต้ดิน MRT สุขุมวิท ในช่วงโปรโมชั่นเปิดร้าน เริ่มต้นจานละ 19 บาท คนแห่ไปต่อคิวถล่มทลาย ตอนนี้ ราคาจานละ 30 บาท ฟรี น้ำชา และ น้ำแข็ง น้ำเปล่า 10 บาท Pepsi 15 บาท หน้าซูชิก็หลากหลาย จะมีอะไรน่าอร่อยบ้าง ไปดูกัน

 

sushi-express-001

ร้าน Sushi Express สาขา Terminal21

 

ร้าน Sushi Express อยู่ที่ชั้นเดียวกับ Food Court (Pier 21) ตอนนี้ไม่มีโปรโมชั่นอะไร ก็เลยไม่มีคิวยาว ๆ มากนัก แต่ก็จะเห็นว่า มีต่างชาติมากินเยอะ และ คนไทย ที่มาคนเดียว ก็มาใช้บริการกันเยอะ เนื่องจาก อาจจะกินรอเวลานัดหมาย หรือ อยากหาอะไรกินเร็ว ๆ ไม่หนักมาก ร้านนี้ก็ตอบโจทย์

 

ร้าน Sushi Express สาขา Terminal21

 

ขั้นตอนการกิน Sushi Express

1. เลือกที่นั่ง
2. อุปกรณ์การกินอยู่บนโต๊ะพร้อม ทั้ง ตะเกียบ ถ้วยน้ำจิ้ม ซีอิ้วขาว แก้วน้ำ ก็อกน้ำร้อน ถุงชา ส่วนน้ำแข็ง และน้ำอัดลม ก็เดินไปหยิบและตักเองได้
3. หยิบซูชิบนสายพาน ฝาครอบ สามารถวางบนกล่องบนรางได้
4. กินอิ่มแล้ว เรียกพนักงาน เพื่อมานับจำนวนจาน
5. นำบิลไปคิดเงินที่แคชเชียร์

 

sushi-express

อุปกรณ์บนโต๊ะ พร้อมก็อกน้ำร้อน บริการฟรี

sushi-express

เอาฝาครอบ วางไว้ตรงนี้

ผักดอง วาซาบิ

ผักดอง และ วาซาบิ สามารถตักและหยิบได้จากบนสายพาน
ส่วนช้อน สำหรับทานของหวานได้

เครื่องดื่ม ฟรี ที่ Sushi Express : น้ำร้อน ถุงชา น้ำแข็ง เลือกผสมเองได้

ส่วน Pepsi สามารถหยิบได้เอง กระป๋องละ 15 บาท น้ำเปล่าเย็น ๆ 10บาท มาดูเมนูซูชิกัน

 

sushi-express-011

ซูชิแซลมอนลนไฟ รสชาติกลาง ๆ ไม่โดดเด่น

sushi-express-014

ซูชิหอยปีกนก ชิ้นพอดีข้าว ถ้าเพิ่มซอสเยอะอีกหน่อย จะอร่อยกว่านี้

sushi-express-015

ซาบะย่างซีอิ้ว อร่อยไม่น่าเชื่อ คือ เนื้อปลานุ่มมาก ซอสหวานกลมกล่อม

sushi-express-017

หอยแมลงภู่ราดซอส ความสดของหอยแมลงภู่ ผ่านเลยค่ะ แต่ซอสให้น้อยจัง

sushi-express-021

มากิชีส มีการรนไฟมานิดหน่อย

sushi-express-023

ซาซิมิกุ้ง เล็กจิ๋ว แต่สด

sushi-express-046

นิกิริ ไข่กุ้ง คือ ชอบตัวฟองเต้าหู้ ฉ่ำซอส แต่ไม่แฉะ ดีงาม

sushi-express-060

ซาซิมิแซลมอน จริง ๆ มองวนไปได้นะ จะมีชิ้นลาย ๆ ชิ้นมัน ๆ ออกมาเรื่อย ๆ สลับกับเนื้อล้วน

จริง ๆ มีซูชิอีกหลาย ๆ หน้า สำหรับจานละ 30 บาท กับคุณภาพวัตถุดิบ ถือว่าพอรับได้เลยนะ หากไม่ได้หวังอิ่มหนัก อิ่มคุ้ม หรือ วัตถุดิบดีระดับนำเข้า ร้าน Sushi Express ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีเลยนะ ใครที่อยู่ในเมือง เส้นรถไฟฟ้า แวะมาลองกันดูได้ที่ ชั้น 5 Terminal 21 ร้านหาไม่ยาก คิวรอไม่นานด้วย จัดเลยค่ะ!

ร้านกาแฟใหม่กิ๊ก! SINGHA PARK CAFE MFU CHIANG RAI ใน ม.แม่ฟ้าหลวง

เรื่อง และภาพ โดย : ไบรอันคุง

วันนี้เป็นโอกาสที่ดี ที่จะได้มากินของว่าง ที่ ร้าน สิงห์ปาร์ค คาเฟ่ ภายใน มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เป็นร้านสาขาย่อย ของไร่บุญรอด สะดวกสบายไม่ต้องเดินทางไปถึง ไร่บุญรอด ซึ่งมีระยะทางกว่า 34 กม. เรียกได้ว่า ยกไร่บุญรอด มาอยู่ในรั้วมหาลัยเลยทีเดียว เป็นร้านกาแฟใหม่ล่าสุดใน มฟล. เลยทีเดียว

 

singha-park-cafe-MFU
SINGHA PARK CAFE MFU CHIANG RAI ร้านกาแฟใหม่ใน ม.แม่ฟ้าหลวง

 

บรรยากาศภายใน ร้าน SINGHA PARK CAFE MFU CHIANG RAI ตกแต่งได้น่านั่งมาก มีสวน มีโต๊ะไม้ และห้องประชุม สามารถมาใช้เวลาพักผ่อนหย่อนใจได้เต็มที่ มีปลั๊กไฟ และ Wifi ทั่วถึง มีโต๊ะให้เลือกหลายสไตล์ แล้วแต่ชอบเลย ยกตัวอย่าง มีโต๊ะยาวประดับโคมไฟไม้ประดับ สำหรับมาแบบเพื่อนเยอะ ๆ มีโต๊ะเล็ก ๆ สำหรับมาแบบคู่รัก และที่เด่นที่สุด คือ ห้องประชุมสำหรับประชุมงาน มีจอทีวีรองรับ เจ๋งสุด ๆ

 

บรรยากาศภายในร้าน singha park cafe MFU

singha-park-cafe-MFU
บรรยากาศ singha-park-cafe-MFU
singha-park-cafe-MFU
บรรยากาศ singha-park-cafe-MFU
singha-park-cafe-MFU
บรรยากาศ singha-park-cafe-MFU
singha-park-cafe-MFU
บรรยากาศ singha-park-cafe-MFU

 

เมล่อนปั่น พายมะพร้าว บานอฟฟี่ปั่น เมนูที่ชิมวันนี้

 

singha-park-cafe-MFU

เมล่อนปั่น

 

เมล่อนปั่น มีความหอมของเมล่อน และความละมุมลิ้น ของนมสด โดยใส่เนื้อเมล่อนลงไปด้วย

 

singha-park-cafe-MFU

singha-park-cafe-MFU

 

พายมะพร้าว มีความหวานมัน กลมกล่อม จากเนื้อมะพร้าว เป็นเมนูที่เรียกได้ว่าอร่อยที่สุดในร้าน เนื้อพายแบ่งเป็นสองชั้น ชั้นบนเป็นเนื้อโฟมเบา ๆ ท็อปปิ้งเป็นหยดไซรัป เพิ่มความน่ากินเข้าไปอีก ชั้นล่างเป็นเนื้อพายแน่น ๆ ต้องกินพร้อมกันเท่านั้นถึงจะอร่อยสุด ๆ

 

singha-park-cafe-MFU

บานอฟฟี่ ปั่น

singha-park-cafe-MFU

 

บานอฟฟี่ปั่น เป็นเมนูแนะนำช่วงนี้ ซึ่งทำออกมาได้อร่อยมาก ได้ความรู้สึกถึงบานอฟฟี่ แต่เป็นในรูปน้ำปั่น ได้รับความแปลกใหม่อย่างมาก และ ท็อปปิ้งที่เป็นตัวชูรส คือ ชีสเค้ก ซึ่งเข้าเนื้อกับวิปปิ้งครีมเป็นที่สุด ด้านล่างสุด มีกล้วย ซึ่งจะขาดไม่ได้เลยใน บานอฟฟี่

 

singha-park-cafe-017

 

หลังจากนั่งชิลกับบรรยากาศสักพักใหญ่ สังเกตเห็นว่ากลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา มฟล. เพราะช่วงนี้เป็นช่วงสอบปลายภาค และอาจาร์ย ซึ่งมาใช้ห้องประชุมคุยงาน ในส่วนของขั้นตอนการขอจองห้องประชุมนั้น แค่ต้องมีเพื่อนมาอย่างน้อย 4 คนและเช็ครอบการจองได้ที่เคาร์เตอร์ข้างหน้า ก่อนกลับ ก็ได้แวะซื้อน้ำดื่มสิงห์จากหน้าเคาร์เตอร์และมี ผลิตภัณฑ์จากไร่บุญรอดส่วนหนึ่ง เช่น น้ำเสาวรส น้ำมัลเบอรี่ ชาเขียว ชาอู่หลง พร้อมชง แยมโฮมเมด

 

singha-park-cafe-MFU-001

 

วันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความประทับใจที่ได้มากินของว่างที่ สิงห์ปาร์ค คาเฟ่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง MFU สำหรับคนที่สนใจพิกัดร้านอยู่ที่ M squre ชั้น 3 ภายใน มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

‪#‎singhaparkcafe‬ ‪#‎MFU